พวกเราทุกคนล้วนมีความฝัน ความฝันที่แลกมาด้วยหยาดเหงื่อแรงกาย ความฝันที่ต้องแลกมาด้วยความอดทนและความพยายาม และเป็นความฝันที่สักครั้งหนึ่งในชีวิต เราล้วนอยากลองเสี่ยงและวิ่งไล่ตามให้ถึงที่สุด เช่นเดียวกับเด็กสาวคนนี้

บ้านกล้วยได้มีโอกาสสัมภาษณ์และพูดคุยอย่างเป็นกันเองกับ นิ้ง มนัญญา เกาะจู นักศึกษาชั้นปีที่ 2 คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ อดีตสมาชิก BNK48  วงไอดอลสัญชาติไทย-ญี่ปุ่น ที่โด่งดังที่สุดในประเทศไทย ณ ขณะนี้

ในขณะนี้นิ้งได้ผันตัวเองจากการเป็นไอดอลมาเป็น เกมแคสเตอร์ (Game Caster) หรือที่เรามักจะเรียกหรือได้ยินกันอย่างติดหูว่า นักแคสเกม เด็กสาวที่ได้เริ่มต้นกับเส้นทางใหม่แค่เพียงหนึ่งเดือนเท่านั้น ในบทสัมภาษณ์นี้ บ้านกล้วยจะพาไปรู้จัก นิ้ง มนัญญา เกาะจู ให้มากขึ้น

แนะนำในหนึ่งประโยค

ชื่อ นิ้ง มนัญญา เกาะจู เรียนอยู่คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพค่ะ

ชื่อนิ้ง ที่มาจากแม่คะนิ้ง

คุณแม่เล่าให้ฟังว่าในตอนที่หนูเกิด ตอนนั้นมีแม่คะนิ้งมาเกาะที่หน้าบ้าน ซึ่งตอนนั้นมันก็ไม่ใช่หน้าหนาวแล้วนะคะ มันไม่ควรจะมี ช่วงกุมภาพันธ์ประเทศไทยก็ไม่ค่อยจะหนาวแล้ว แต่ก็มีแม่คะนิ้งโผล่มา ตอนแรกเขาจะตั้งชื่อให้ว่าแม่คะนิ้ง แต่ด้วยความที่ที่บ้านก็เชื่อในเรื่องดวง เลยให้ตั้งเป็นชื่อนิ้งดีกว่า ชื่อพยางค์เดียวเรียกง่ายกว่าด้วย

รีวิวชีวิตการเรียน นิติศาสตร์ปีสองนั้นไม่ง่าย

เรียนหนักมากเลยค่ะ เพราะตอนนี้เป็นกฎหมายล้วนเลย เหมือนอย่างตอนปี 1 ก็จะมีวิชาทั่วไปอย่าง GE (General Education) มาช่วยที่แบ่งเบา แต่ว่าตอนนี้มีแต่กฎหมายหนัก ๆ ทั้งนั้น ก็รู้สึกซีเรียสนะคะ เพราะมันเป็นกฎหมายที่ยากขึ้น เรื่องรัฐธรรมนูญ อะไรแบบนี้ มันก็จะยากขึ้นเรื่อย ๆ

อัยการ อาชีพในฝันที่ยังอยากจะเป็น

ในตอนนี้ก็ยังอยากเป็นอัยการอยู่ค่ะ ด้วยความที่หนูอยากทำงานราชการ เพราะว่าคิดว่าอนาคตราชการค่อนข้างดี จะทำให้คุณพ่อและคุณแม่สบาย

‘เซเลอร์นิ้ง’ ตัวแทนแห่งจันทรา

เริ่มจากที่ตัวหนูชอบเซเลอร์มูนค่ะ ช่วงนั้นหนูเป็นคนโก๊ะ ๆ อยู่เหมือนกัน แล้วก็เป็นคนขี้แย เดี๋ยว ๆ เวลาทำอะไรก็ล้มอีกแล้ว อะไรอย่างนี้ หนูก็เลยรู้สึกว่าคาแรคเตอร์ตัวเองเหมือนกับเซเลอร์มูน แล้วทีนี้แฟนคลับก็เลยบอกว่าไม่ใช้ชื่อเซเลอร์นิ้งเลยล่ะ หนูก็ เซเลอร์นิ้ง เหรอ (ยิ้ม) รู้สึกชอบชื่อนี้มาก

นิยามตัวตนในแบบของนิ้ง

ตอนนี้นะคะ ก็เป็นคนร่าเริง ยิ้มง่าย ร้องไห้เก่ง จริง ๆ แต่ก่อนหนูไม่ค่อยร้องไห้เท่าไหร่ หนูเป็นคนที่เข็มแข็งนะ แต่ว่าตั้งแต่ช่วงที่เข้า BNK48 หนูก็ร้องไห้บ่อยมาก กลายเป็นหนูเป็นเด็กขี้แยไปเลย แต่ว่าหนูก็จะร้องไห้ในเรื่องที่เจ็บจริง ๆ

ถึงแม้จะร้องไห้ง่าย แต่เข็มแข็งมากขึ้น

เข็มแข็งขึ้นค่ะ ใช่ เหมือนเพราะหนูผ่านอะไรมาเยอะ ได้เรียนรู้ประสบการณ์ ร้องไห้ไปสักพักก็หยุด แล้วก็ลุกขึ้นสู้ใหม่ มาฮึดใหม่ มีความอดทนมากขึ้น

สิ่งที่ยากที่สุดคือการนับหนึ่งใหม่อีกครั้ง

อะไรเป็นสิ่งที่ยากที่สุดเหรอคะ สำหรับหนูน่าจะเป็นเรื่องเรียน และตอนนี้หนูกลับมาเริ่มนับหนึ่งใหม่อีกครั้ง คือออกมาจากตรงนั้นแล้ว มันก็จะเริ่มยากขึ้น เพราะเราเองจะต้องเจาะกลุ่มเป้าหมายที่กว้างขึ้น ที่ไม่ใช่แฟนคลับของ BNK48 อีกต่อไปแล้ว ตอนนี้ก็อาจจะเป็นแฟนคลับของฝั่งแคสเกม เกี่ยวกับเกมหรือศิลปินต่าง ๆ การจะเจาะให้เข้าถึงทุกคน ทุกเพศ ทุกวัย ก็ยากอยู่เหมือนกัน

ความรู้สึกของแฟนคลับที่มีต่อนิ้ง

อ๋อ ตอนนั้นคือแฟนคลับเขาก็ร้องไห้ค่ะ แต่หนูก็ เอ้ย ไม่ต้องร้องนะ คือหนูไม่ได้ไปไหนเลย แค่เปลี่ยนสถานะเอง แฟนคลับก็เข้าใจแล้วตามมาหมดทั้งบ้าน ทั้งแฟนด้อมหนูเลย (ยิ้ม)

ความรักที่แฟน ๆ มีให้ กลายเป็นกำลังใจในทุกวัน

รู้สึกขอบคุณค่ะ เพราะว่าตั้งแต่หนูอยู่ BNK48 ปีแรก ตอนแรกแฟนคลับก็ยังมีไม่เยอะ แต่เราก็ได้สร้างฐานแฟนคลับเพิ่มขึ้นมาเรื่อย ๆ หนูก็รู้สึกขอบคุณที่ทุกคนยังอยู่ ขอบคุณที่เชื่อใจ และทุกวันนี้ก็ขอบคุณที่ทุกคนคอยส่งดาวในเฟซบุ๊กให้หนูในเวลาที่แคสเกม เป็นกำลังใจให้หนูเสมอ

ก้าวแรกของเส้นทางในวัย 20 ปี

ตอนนี้ก็มีทำช่องยูทูบเป็นของตัวเองค่ะ อยากจะทำเหมือนแคสเกม และมี vlog ของตัวเอง

มาตรวัดระดับความสุขในตอนนี้

มีความสุขค่ะ แฮปปี้แล้ว ก็จะมีความรู้สึกกดดันบ้าง แต่ก็ไม่ได้กดดันเท่าที่อยู่ในนั้น เหมือนได้เป็นตัวของตัวเองมากขึ้น

เป็นตัวของตัวเองมากขึ้น มีอิสระที่จะทำในสิ่งที่อยากทำ

หลัก ๆ คือแคสเกมได้ เหมือนข้างในเขาไม่ให้ทำ เราก็โอเค ออกมาแคสเกม ก็มีความสุข เพราะเป็นคนที่ชอบเล่นเกม ชอบทำอะไรที่สนุก ๆ อยู่แล้วแบบนี้ค่ะ อย่างช่วงนี้ก็อยากเล่นเกม Home Sweet Home 2 อีก แต่ว่าหนูเล่นจบไปแล้ว แล้วก็มีเล่น Final Fantasy ด้วย

ความท้าทายใหม่ นักแคสเกมที่สามารถเข้าถึงเด็กได้

ความท้าทายเหรอคะ คือหนูไม่ได้ไปแข่งกับคนอื่น แต่แข่งกับตัวเอง ก็รู้สึกท้าทายที่ตอนนี้มีหลายช่องที่เขาแคสเกม เราก็อยากจะทำให้คนรู้จักมากขึ้น ก็เป็นความท้าทายในตอนนี้

ส่วนกลุ่มคนที่อยากจะเข้าถึง อยากจะให้เขามาติดตาม น่าจะเป็นกลุ่มเด็ก ๆ เพราะหนูตอนที่แคสเกม ก็ไม่ค่อยมีเด็กมาดู เหมือนอย่างเวลาดูพี่แป้ง zbing z. (ยูทูบเบอร์สายแคสเกม) พี่เขาแคสเกมแล้วมีเด็กเข้ามาดูเยอะ หนูก็เลยอยากจะเข้าถึงกลุ่มตรงนี้ อยากทำให้เด็กชอบบ้าง

ตอนนี้ยังทำไม่ได้ แต่ในอนาคตจะต้องทำให้ได้

เรื่องภาษา เพราะหนูเป็นคนที่ไม่ได้เก่งภาษาเลย แต่ว่าหนูพยายามที่จะเรียนรู้จากเกม จากสิ่งต่าง ๆ รอบตัวให้มากขึ้น หนูมีไอดอลเป็นพี่เอก HERATROCKER  (ยูทูบเบอร์สายแคสเกม) ซึ่งแต่ก่อนพี่เขาก็ไม่ได้เก่งภาษา แต่เขาก็ไปเรียน และการเล่นเกมทำให้พี่เขาเรียนรู้ภาษาเพิ่มมากขึ้น หนูก็อยากจะทำตาม

แชลแนล zbing z. และ HERATROCKER

ชวนเปิดใจกับสิ่งที่เรียกว่า “เกม”

คือคนส่วนมากจะว่านะคะ ว่าเล่นเกมน่ะไม่มีอนาคตหรอก แต่บางทีมันก็ไม่ใช่ เกมบางเกมมีเป็นภาษาอังกฤษ เราก็สามารถเรียนรู้จากตรงนั้น เพื่อที่จะได้ฝึกภาษาไปด้วย มันได้ความรู้ และเราเลือกเล่มเกมที่เหมาะสม เป็นเกมที่ไม่ได้ใช้ความรุนแรง เราจะเน้นเรื่องภาษา ก็อยากจะบอกว่าไม่ใช่ทุกเกมที่จะดูไม่ดี อยากจะให้ทุกคนลองเปิดใจ

หลังจากที่ได้พูดคุยกับนิ้งไปเรื่อย ๆ เราก็พบว่านอกจากเรื่องเล่นเกม นิ้งยังมีงานอดิเรกอื่น ๆ อย่างการวาดรูป อ่านหนังสือ ฟังเพลง ซึ่งทั้งหมดล้วนเป็นความชื่นชอบทางด้านศิลป์ทั้งหมด และน้องถึงกับพูดออกมาเลยว่าตนเองนั้นเป็นสายติส (Artist) จริง ๆ

กฎหมาย และ ศิลปิน การพบเจอของสองเส้นทางในชีวิต

เกริ่นก่อนว่าคุณพ่อหนูเป็นทนายค่ะ ด้วยความที่หนูก็เห็นคุณพ่อทำอะไรบ่อย ๆ ทำเกี่ยวกับกฎหมาย หนูก็ชอบไปมอง อุ้ย น่าเรียนจังเลย ใช่ค่ะ คนอื่นเขาก็ว่ามันน่าเรียนตรงไหนกันนะ มันยากมากเลยนะ แต่หนูรู้สึกว่าตัวเองเป็นคนชอบอ่านหนังสือ ชอบจำ ทั้งสองความชอบนี้ก็เลยมาเจอกันได้

เด็กสาวผู้หลงไหลในความเป็นญี่ปุ่น

หนูชื่นชอบในความเป็นญี่ปุ่น เพราะว่าชอบดูอนิเมะ (Animation) ค่ะ  ชอบมาก ชอบดูโดราเอมอน ถ้าเรื่องที่กวน ๆ หน่อยก็จะเป็นชินจัง ทำให้คลายเครียดมากเลยค่ะ ตลกดี แล้วก็มี your name และอนิเมะของสตูดิโอจิบลิ ทั้งหมดเลย

ไม่ว่าจะเป็นการวาดรูปหรือแนวเพลงที่ชอบก็จะเป็นสไตล์ญี่ปุ่น เกี่ยวกับอนิเมะเหมือนกัน อย่างเพลงอนิเมะที่ชอบมากที่สุดก็จะเป็นเพลงประกอบของ Sword Arts Online เพลงของ LiSA เขาร้องดีมากเลย หนูชอบมาก แต่หนูเป็นคนที่จำชื่อเพลงไม่ค่อยได้เลยนะ ที่จำได้จะเป็นเพลงเดี่ยวที่ชื่อ Smile for you อยู่ใน Sword Arts Online the Movie: Ordinal Scale

เส้นทางไอดอลต่อจากนี้

ไม่แล้วค่ะ หนูพอแล้ว ด้วยความที่หนูรู้สึกว่ามันอาจจะไม่ใช่ทางของเรารึเปล่า งั้นเราก็ไม่อยากจะฝืนทางของตัวเอง ไปในทางที่ตัวเองชอบดีกว่า

ความพยายามที่มาไกลจนสุดทางของไอดอล

หนูพยายามมาก พยายามที่สุดแล้ว พยายามจนสุดทางเกี่ยวกับเรื่องของไอดอล หนูเลยว่ารู้สึกว่ามันอาจจะไม่ใช่ทางของเรามั้ง และยังมีเส้นทางอื่นของเราอีก

ความทรงจำและคำอำลา

เหมือนได้ประสบการณ์ใหม่ ๆ  ที่ทำให้หนูมีความอดทนมากขึ้น ทำให้หนูแข็งแกร่ง แล้วก็เรียนรู้ว่า ถึงแม้เราล้มแต่เราไม่ได้ล้มไปเลย เราก็ลุกขึ้นมาใหม่ ลุกขึ้นสู้ และมีความทรงจำเกี่ยวกับเพื่อน หนูได้เจอกับมิตรภาพอีกแบบ ที่ถึงแม้จะอยู่ในกลุ่มผู้หญิงเยอะ ๆ ตอนแรกหนูคิดว่าอาจจะไม่มีอะไร (หัวเราะ) แต่ว่าเพื่อนแท้ก็มีจริง ๆ ก็ทำให้ได้เรียนรู้ว่าถึงหนูจะผิดพลาดอะไรไปบ้าง แต่เพื่อนก็ยังพร้อมให้อภัย คอยช่วยเหลือ คอยเป็นกำลังใจให้เสมอ ดีมากเลยค่ะ

ถึงแม้ในปัจจุบัน นิ้งจะไม่ใช่สมาชิกของ BNK48 แล้วก็ตาม แต่ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า ตลอดระยะเวลา 3 ปีที่ผ่านมา เด็กสาวคนนี้ได้เรียนรู้ที่จะเติบโตขึ้นท่ามกลางความทรงจำมากมาย ผ่านประสบการณ์ที่ยิ่งใหญ่ไม่ต่างกับผู้ใหญ่หลายคน

เราทุกคนล้วนมีช่วงเวลาที่เปลี่ยนผ่านจากวัยรุ่นเข้าสู่การเป็นผู้ใหญ่ บ้างก็ประสบพบเจอบททดสอบที่ยากเกินกว่าจะข้ามผ่าน บ้างก็รู้สึกท้อถอยเกินกว่าจะลุกขึ้นสู้ แต่ในภายภาคหลังที่เราต่างเติบโตและได้มองย้อนกลับไป ทั้งหมดจะยังคงเป็นความทรงจำที่คอยบ่มเพาะตนเองให้พบอนาคตที่เต็มไปด้วยความฝันและเส้นทางใหม่

นิ้งในวัย 20 ปี ที่เราได้มีโอกาสพูดคุยเพียงแค่หนึ่งชั่วโมงนั้น เป็นเด็กสาวที่เป็นกันเอง ยิ้มง่าย และเหมาะสมที่จะได้รับความรักจากทุกคน หวังว่าต่อจากนี้ ทั้งแฟนคลับและใครหลายคนที่ได้อ่านบทสัมภาษณ์นี้จะเป็นอีกหนึ่งคนที่คอยส่งเสียงเชียร์และสนับสนุนเด็กสาวคนนี้ต่อไป

ติดตาม นิ้ง มนัญญา เกาะจู หรือ Sailor Nink กันได้ที่

คลิปสัมภาษณ์ “นิ้ง มนัญญา เกาะจู” ตัวตนเดิม ความฝันใหม่ เส้นทางที่มุ่งต่อไปของเด็กสาววัยยี่สิบ - Baankluay Online

Writer

จิรัชยา เหล่าสกุล
แด่เทพธิดาที่เป็นแรงบันดาลใจแก่กวี วิงวอนขอให้สิ่งที่ลูกรำพึงและเขียนออกมานี้ ไม่อันตรธานหายไปแต่จะคงอยู่ไปชั่วนิจนิรันดร์ I was a daydreamer, I am a night thinker and I will be an aesthetic writer

Photographer

ศุภชาติ ปึงพงศากุล
มีความฝันอยากเป็นช่างภาพ ได้ท่องเที่ยวไปเจอสิ่งใหม่ ๆ แต่เพิ่งได้พบว่าการเขียน เหมือนการได้พบสิ่งใหม่ และอยู่เพียงแค่ปลายปากกาของเราเท่านั้นเอง