“Art is a line around your thoughts.” คือคำพูดของ กุสตาฟ คลิมต์ (Gustav Klimt) ที่สะท้อนความคิดและความลึกซึ้งของการเป็นศิลปินแถวหน้าของ ยุคอาร์ตนูโว ความช่างสังเกตที่มีอยู่ทำให้เขาถ่ายทอดความงามและความจริงของชีวิตมนุษย์ได้ละมุนละไม ร้อนแรง และอ่อนโยนเวลาเดียวกัน

นิทรรศการศิลปะที่มีชื่อว่า The goden age of art nouvea “SOMETHING NOUVEAU. KLIMT, MUCHA, BEARDSLEY” จัดขึ้นที่ MODA : Museum of Digital Art หรือ พิพิธภัณฑ์ศิลปะดิจิทัลแห่งแรกของกรุงเทพมหานคร โดยตั้งอยู่ที่ชั้น 2 ของ River City Bangkok หรือที่เดียวกันกับงาน From Monet to Kandinsky และ Italian Renaissance อันโด่งดัง

River City Bankgok จึงเป็นอีกหนึ่งสถานที่รวมพลคนมีใจรักงานศิลป์ เพราะตลอดปีมีการจัดแสดงนิทรรศการศิลปะหมุนเวียนมาให้ได้ชมอย่างต่อเนื่อง ได้ความรู้ศิลปะแล้ว ยังได้อิ่มเอมใจกับภาพวาดที่สวยงามอีกด้วย

บ้านกล้วยแม็กกาซีน ขอพาไปรู้จักศิลปินระดับโลกในยุคอาร์ตนูโว ศิลปินที่สังเกตเห็นความงามของธรรมชาติ และเล่าเรื่องผ่านภาพวาดที่มีเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร ความน่าสนใจของนิทรรศการดังกล่าวคือการนำเสนองานศิลปะแบบดิจิทัลที่ทำให้เราตื่นตาตื่นใจและใกล้ชิดกับผลงานระดับโลกได้มากยิ่งขึ้น

นิทรรศการ The goden age of art nouvea “SOMETHING NOUVEAU. KLIMT, MUCHA, BEARDSLEY” ได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก เพราะไม่ได้เป็นแค่งานศิลปะบนฝาผนังธรรมดาเหมือนที่เคยเห็นตามนิทรรศการทั่วไป เพราะ MODA ได้ร่วมมือกับบริษัท Vision Multimedia Projects จากยุโรป นำเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาสร้างสรรค์พื้นที่สำหรับศิลปะดิจิทัลทุกแนว

งานนำเสนอในรูปแบบพิพิธภัณฑ์ศิลปะดิจิทัล เพิ่มความน่าสนใจและสร้างความตื่นตาให้กับผู้ที่เข้ารับชม โดยเฉพาะการฉายภาพงานศิลปะลงบนจอแสดงดิจิทัลขนาดใหญ่ ประกอบแสง สี เสียง เล่าเรื่องราวทำให้ภาพวาดเสมือนมีชีวิต เป็นการนำเสนอประสบการณ์ดิจิทัลที่ผสานทั้งงานศิลปะที่คลาสสิค และความทันสมัยล้ำยุคของโลกอนาคต

“อาร์ตนูโว” (Art Nouveau) คือหนึ่งในชื่อยุคสำคัญของศิลปะตะวันตก ในช่วงกลางศตวรรษที่ 19 จนถึงช่วงต้นศตวรรษที่ 20 (1890 – 1914) จุดเด่นของผลงานศิลปะที่เห็นได้ชัดเจนในยุคนี้คือ การผสมผสานของลายเส้นโค้งเว้า รูปทรงต่าง ๆ และลวดลายตามธรรมชาติ เช่น ดอกไม้ พืชพรรณธรรมชาติ และสัตว์นานาชนิด นำมาสร้างเป็นลวดลายที่งดงาม

นอกจากนั้นยังมีการนำเรื่องราวของบุคคลสำคัญ ความงามของผู้หญิงในสมัยนั้น มาถ่ายทอดเป็นเรื่องราวในงานออกแบบอีกด้วย มักใช้ออกแบบบนเครื่องแต่งกาย เครื่องประดับ หรือตามตึกอาคารต่าง ๆ ทำให้ผลงานมีความหรูหราและผสมผสานความเก่าแก่ของยุคสมัยได้อย่างลงตัว

ภายในงานนิทรรศการประกอบไปด้วยผลงานศิลปะจากศิลปินที่มีชื่อเสียงโด่งดังในยุคของอาร์ตนูโว 3 ท่าน ดังรายละเอียดต่อไปนี้

ออเบรย์ เบียร์ดสลีย์ (Aubrey Beardsley) (21 August 1872 – 16 March 1898) นักวาดภาพและนักเขียนชาวอังกฤษ มักจะใช้หมึกสีดำสร้างผลงานอยู่เสมอ ลายเส้นในผลงานจะมีความซับซ้อน แปลกประหลาด แถมยังแฝงไปด้วยสัญญะต่าง ๆ ที่ทำให้มีความหมายลึกซึ้งกว่าที่คิด จึงเป็นบุคคลที่ได้รับการยกย่องจากศิลปินหลายคน

ผลงานที่โดดเด่นของเขา Le Morte d’Arthur, Salomey สะท้อนให้เห็นถึงความมืดหม่นที่ได้ถ่ายทอดออกมา ถึงแม้ว่าในสมัยนั้นผลงานของเขาจะถูกโจมตีเป็นอย่างมาก แต่ก็ยังมีผู้คนจำนวนมากที่ยังชื่นชอบในผลงาน

กุสตาฟ คลิมต์ (Gustav Klimt) (July 14, 1862 – February 6, 1918) ศิลปินชาวออสเตรีย ถ่ายทอดเรื่องราวและความงามของผู้หญิงด้วยลวดลายอันพริ้วไหว นำเสนอการแสดงสีหน้าและอารมณ์ของผู้หญิงในเชิงอิโรติค จุดเด่นที่แปลกตาไปจากผลงานคนอื่นก็คือ การใช้ทองคำเปลวเป็นสีหลักในการสร้างผลงาน ทำให้ผลงานดูมีเอกลักษณ์และไม่เหมือนใคร

ผลงานที่โด่งดังของเขามีชื่อว่า “The Kiss” เป็นภาพของคู่รักที่จุมพิตกันภายใต้แสงสีทอง ประกอบไปด้วยทุ่งดอกไม้และท้องฟ้าสีบรอนซ์ ผู้ชายสวมชุดลายสี่เหลี่ยมที่ไร้สีสัน ขณะที่ผู้หญิงสวมอยู่ในชุดลายวงกลมที่มีสีสันสดใสและมีดอกไม้ประดับอยู่บนผม ชายหญิงทั้งสองโอบกอดกันจึงกลายเป็นจุดเด่นของภาพนี้

อัลโฟนส์ มูคา (Alphonse Mucha) (24 July 1860 – 14 July 1939) ศิลปินสัญชาติเช็ก ผู้ที่มีชื่อเสียงอย่างมากจากการทำโปสเตอร์ละครชื่อดัง ผลงานส่วนใหญ่จะนำเสนอถึงมุมมองของผู้หญิงสมัยใหม่และความงามของสตรี ใช้ลักษณะของใบไม้หรือธรรมชาติมาทำเป็นลวดลายให้รูปภาพของผู้หญิงดูอ่อนโยนและสวยงาม จึงสร้างความแปลกใหม่ให้กับศิลปะในยุคนั้น

ผลงานที่ทำให้เขาเริ่มเป็นที่รู้จักมีชื่อว่า “Gismonda” เป็นการวาดภาพโปสเตอร์ให้กับโรงละครเรอเนสซองซ์แห่งหนึ่งในปี ค.ศ. 1894 ซึ่งเป็นการออกแบบโปสเตอร์ที่เร่งด่วนเพราะการแสดงจะเริ่มอีกในไม่กี่วัน จึงกลายมาเป็นภาพของหญิงสาวที่มีความงดงามและแฝงไปด้วยความหรูหรา

พื้นที่ในงานจะแบ่งการจัดแสดงผลงานทั้งหมดออกเป็น 3 ห้อง ซึ่งแต่ละห้องมีจุดน่าสนใจแตกต่างกัน

MODA Gallery ห้องจัดแสดงขนาดใหญ่ที่นำเสนอผลงานของศิลปินแต่ละท่านในรูปแบบดิจิตัล โดยฉายผ่านทางเครื่องโปรเจ็กเตอร์ไปทั่วรอบห้อง แสดงภาพวาดและแสง สี เคลื่อนไหวประกอบกับดนตรีที่ทำให้ผลงานดูมีชีวิตยิ่งขึ้น และยังมีคำอธิบายบอกเล่าเรื่องราวรวมถึงประวัติและผลงานของแต่ละท่านอีกด้วย

MODA Space เป็นห้องแสดงผลงานในรูปแบบสามมิติ โดยทางเข้าจะมีจุดแจกแว่นตาสามมิติเพื่อให้ผู้ชมสามารถท่องเที่ยวไปกับผลงานศิลปะได้อย่างใกล้ชิดและร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการแสดงผลงานที่จะเคลื่อนไหวไปรอบตัวเราภายในห้องสี่เหลี่ยม

MODA VR Studio ในส่วนนี้จะเป็นการนำเสนอผลงานผ่านเทคโนโลยีดิจิทัล โดยผู้เข้าชมจะต้องใช้อุปกรณ์ VR ในการรับชม สามารถดื่มด่ำและสนุกสนานไปกับงานศิลปะได้อย่างเต็มที่ นอกจากนี้ยังมีส่วนของ Interactive Experience ให้ได้ลองเล่นกันอีกด้วย แต่สำหรับ MODA VR Studio ส่วนนี้จะต้องซื้อบัตรเพิ่มเติมในราคา 200 บาท สำหรับผู้ใหญ่ ราคา 100 บาท สำหรับเด็ก นักเรียน และผู้สูงอายุ

นิทรรศการ Something Nouveau จัดขึ้นเมื่อต้นปี 2563 ที่ผ่านมา ณ MODA พิพิธภัณฑ์ศิลปะดิจิทัลแห่งแรกของกรุงเทพมหานคร ตั้งอยู่ที่ชั้น 2 ของ River City Bangkok นอกจากนี้ยังมีนิทรรศการใหม่ ๆ ให้เอาใจคนชอบงานศิลป์มาให้ดูอย่างต่อเนื่องตลอดปีอีกด้วย สามารถซื้อบัตรได้ที่หน้างานหรือจะจองผ่านทางเว็บไซต์ของ Zipevent หรือ www.zipeventapp.com

การเรียนรู้เรื่องราวของศิลปะผ่านผลงานของศิลปินระดับโลก จึงเป็นการเรียนรู้ความคิดจากหลากหลายมุมมอง ศิลปะจึงเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยเติมเต็มคุณค่าของชีวิต และทำให้จิตใจของเราอ่อนโยนมากยิ่งขึ้น

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบ

River City Bangkok เลขที่ 23 เจริญกรุง 24 แขวงตลาดน้อย เขตสัมพันธวงศ์ กรุงเทพมหานคร 10100 ประเทศไทย เข้าชมเว็บไซต์ www.rivercitybangkok.com และติดตามข้อมูลนิทรรศการศิลปะเพิ่มเติมได้ที่ https://www.facebook.com/RiverCityBangkok

Writer

สิตานันท์ สุนทวัฒโรดม
นักศึกษาสาขาวารสารศาสตร์ดิจิทัล คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ

Writer

จันทรัตน์ เหมาะสมสกุล
นักศึกษาสาขาวารสารศาสตร์ดิจิทัล คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ