เย็นตาโฟ เมนูยอดฮิตตลอดกาล ถ้าหากจะลองชิมเย็นตาโฟเจ้าอร่อย เราขอแนะนำร้านเย็นตาโฟเจ้สาหร่าย ตั้งอยู่ที่หมู่ 7 ตำบลดอนเจดีย์ อำเภอพนมทวน จังหวัดกาญจนบุรี ดอนเจดีย์เป็นหมู่บ้านเล็ก ๆ จะเรียกว่าชนบทก็ได้ แต่ว่าความพิเศษนั้นอยู่ตรงที่หมู่บ้านนี้มีทุ่งนาเยอะมาก และมีสเน่ห์ที่ชวนให้ผ่อนคลาย

ร้านเย็นตาโฟเจ้สาหร่ายได้เริ่มก่อตั้งตอนที่มีโควิด-19 ระบาดระลอกที่สาม ซึ่งเป็นที่รู้กันดีว่าสถานการณ์ โควิด-19 นั้นทำให้เศรษฐกิจตกต่ำ นี่จึงเป็นที่มาของ “เจ้สาหร่าย” ที่ต้องผันตัวมาเป็นแม่ค้าเย็นตาโฟแบบจริงจัง ร้านนอกจากจะมีเย็นตาโฟรสเด็ดแล้ว ก็มีก๋วยเตี๋ยวหมูโบราณ แถมบรรยายกาศก็เป็นใจซะจริง ๆ ผ่อนคลายและชิลมาก

รู้จักคนสู้ชีวิต “เจ้สาหร่าย”

เจ้สาหร่าย-ธัญสินี ชนะภัย เป็นคนชอบทำอาหารมากและฝีมือก็ไม่ใช่ย่อย ชอบทำนู้นทำนี่ไม่ให้ตัวเองหยุดนิ่งเป็นคนที่หนักเอาเบาสู้มาก ๆ เลย ก่อนหน้าที่จะมาเปิดร้านเย็นตาโฟ เจ้สาหร่ายมีฝีมือด้านอาหารและขนมอยู่แล้ว งาดำอบเกลือในชื่อแบรนด์ว่า “แม่ชั้น” เป็นอีกหนึ่งผลงานความมุ่งมั่นและสะท้อนถึงการเป็นคนรักการทำอาหาร แม่ชั้นยังได้รับคัดเลือกเป็นสินค้า OTOP สร้างรายได้จากการไปออกบูธขายของและส่งขายทางออนไลน์ แต่ว่าโควิด-19 ทำให้ไม่สามารถออกไปขายตามบูธต่างจังหวัด รายได้เลยน้อยลง

โควิด-19 ทำพิษให้กับธุรกิจรายได้น้อยลงแต่รายจ่ายเท่าเดิม ทำให้เจ้สาหร่ายบอกว่า เราก็ต้องหาอาชีพเสริม แล้วอาชีพนี้มันก็เหมือนเป็นอาชีพที่เรามีความสามารถ เพราะว่าเราชอบทำอาหารและเราก็มีสูตรเย็นตาโฟของเราเอง ก็เลยเลือกที่จะยึดรายได้ส่วนนี้ในสถานการณ์แบบนี้ไปก่อน

จังหวะชีวิตกับงานที่รัก

เพราะโควิด-19 ระลอกสาม เราพยายามสู้กับโควิด-19 เจ้บอกว่า รอบแรกมาไม่ทันตั้งตัวแย่เลย เราก็ปรับตัว พอเริ่มดีขึ้นเริ่มไปขายตามงาน OTOP ได้แล้ว ยอดขายดีมากนะเราก็อุ่นใจในระดับหนึ่งว่ายังไงก็ไปรอด แต่พอรอบสองจากที่กำลังขาขึ้นดี ๆ กลับแย่ลง วนกลับมาที่เดิมอีกแล้ว เราก็ยังขายของที่ตลาดนัดต่อ สู้ต่อ แต่รายได้ทรงตัวไม่ได้ดีมาก พอครั้งที่สามเท่านั้นแหละแย่สุด ๆ ตลาดนัดก็ปิดไม่ให้ขายของ ป้องกันโรคจะระบาดหนักตัวเราเองก็กลัวด้วย

ครอบครัวช่วยกันตัดสินใจที่มาเปิดเป็นร้านเย็นตาโฟดีกว่า เป็นอาชีพติดตัวตั้งแต่เด็กที่แม่สอนมา สูตรซอสเย็นตาโฟรุ่นสู่รุ่น และทำงานอยู่บ้านสบายใจ ไม่เหนื่อย พ่อ แม่ ลูก ได้ช่วยกัน สามัคคีกัน ครอบครัวก็มีความสุข ถึงแม้รายได้จะไม่เท่าเดิม เพราะสำหรับเจ้แล้วเงินไม่ใช่ทุกอย่างในชีวิต

ทำไมถึงมาเปิดร้านที่หมู่บ้านเล็ก ๆ แบบนี้ เพราะว่าหมู่บ้านนี้คือบ้านของเรา ข้อดีคือเราไม่ต้องไปเช่าที่ให้เสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม แล้วอีกอย่างคือสถานการณ์ โควิด-19 ทำให้เราต้องอยู่แต่บ้าน ออกไปข้างนอกไม่ได้ ออกไปขายของเหมือนก่อนหน้านี้ไม่ได้แล้ว จึงใช้บ้านตัวเองเปิดร้านซะเลย

ถ้าสถานการณ์โควิด-19 ดีขึ้นมีแผนอย่างไรต่อไป เจ้บอกว่าก็จะเปิดร้านนี้ตลอดไป ขอเป็นสองตายายแก่ ๆ อยู่บ้าน อีกไม่กี่ปีลูกก็จะจบแล้ว ค่าใช่จ่ายก็จะน้อยลงไม่ต้องหามากมาย ลูกก็ขอให้อยู่แต่บ้าน ให้พักผ่อนทั้งพ่อแม่

ตื่นก่อนไก่โห่

การทำงานให้มีคุณค่า มีพลังในการทำงาน เจ้สาหร่ายแบ่งปันเคล็ดลับให้เราฟังว่า“อย่าอายทำกิน อย่าหมิ่นเงินน้อย อย่าคอยวาสนา” ประการแรกคือการตื่นเช้า “ตื่นก่อนไก่โห่” จะทำให้เราได้มีเวลาทำงานมากขึ้น มีเวลาในการใช้ชีวิตที่ไม่รีบเร่งเพราะว่าตัวเองก็แก่แล้ว ทำงานก็ช้าลง ประการต่อมาคือการใส่ใจวัตถุดิบ สะอาด อร่อย คุ้มราคา และประการสุดท้ายคือการใส่ใจลูกค้า ดูแลให้เหมือนเป็นคนในครอบครัว ยิ้มแย้ม พูดจาให้น่าฟังเข้าไว้อันนี้สำคัญมาก

ยืนหนึ่งเรื่องเย็นตาโฟ

ด้วยความที่ชอบเรียนรู้เรื่องอาหาร โดยเฉพาะเย็นตาโฟ เจ้บอกความสุดยอดของเย็นตาโฟเจ้สาหร่ายว่า อย่างแรกเลยคือ ซอสเย็นตาโฟสีชมพู ๆ นั่นแหละสำคัญที่สุด สูตรนี้ยายสอนแม่มา รุ่นสู่รุ่นโบราณไหม อย่างที่สองคือ น้ำซุปต้องใช้กระดูกหมูต้มแต่เช้าให้น้ำในกระดูกหมูออกมา รสชาติจะหวานและก็หอม อย่างที่สามคือ วัตถุดิบต้องมีคุณภาพ สมราคากับลูกค้า

ทุกครั้งก่อนที่จะมาเปิดร้าน เจ้บอกอีกว่าต้องลองชิมพวกวัตถุดิบต่าง ๆ ก่อนว่าถูกปากเราไหม อร่อยไหม แล้วค่อยเอาไปให้คนอื่นลองชิม คือเราต้องหาของที่ดีที่สุด ใจเขาใจเรา เราก็อยากได้ของดีให้เทียบเท่ากับราคาที่จ่าย

ความคุ้มค่าทางใจ

เราเห็นเย็นตาโฟที่เจ้เสิร์ฟให้ลูกค้าชามใหญ่มาก จึงถามต่อไปอีกว่าชามใหญ่ขนาดนี้ได้กำไรไหม เอ้า! ก็ต้องได้สิ แต่ไม่ได้เยอะอะไรมากมาย พอกินพอใช้เศรษฐกิจยุคนี้เอาให้อยู่รอดก่อน ทั้งเราทั้งลูกค้าใจเขาใจเรารายได้ก็ไม่ได้มีมากกันทุกวัน เย็นตาโฟเครื่องเยอะก็ 30 บาท ขอกำไรนิดหน่อย ก๋วยเตี๋ยวหมู 20 บาท อยากให้เด็กได้กิน บ้างครั้งลูกค้ามาเป็นครอบครัวจ่ายไม่กี่บาทก็อิ่มกัน

คนที่มาชิมบอกก็บอกว่าชอบ ดีเกินที่คาดไว้ ไม่เคยคิดที่จะขายที่บ้าน เพราะอยู่นอกตัวหมู่บ้าน เปิดมาได้สักพักแล้วถือว่าดีและพอใจมาก ลูกค้าบอกว่า น่าจะเปิดที่บ้านตั้งนานแล้วดีมาก สิ่งที่เจ้ได้กลับมาคือ มีรายได้ ได้ทำสิ่งที่อยากทำ ได้รู้จักผู้คนมากมาย ได้ใจลูกค้า ส่วนลูกค้าที่มาอุดหนุนได้ความคุ้มค่า ราคา รสชาติ ปริมาณ และมีความสุขกับการรับประทานเย็นตาโฟ

ไม่มีคำว่าสายเกินไป

การรู้ว่าตนเองชอบอะไร รักที่จะทำอะไร ทำให้เราทำสิ่งนั้นได้อย่างมีความสุข เจ้สาหร่ายย้ำกับเราอีกว่า ชอบทำอาหาร ชอบขายของ ไม่ว่าจะทำอะไรก็ต้องรัก ต้องชอบ ตอนนี้ได้ทำสิ่งที่ตัวเองอยากทำมานาน ฝันอย่างมีร้านเป็นของตัวเอง ตอนนี้เหมือนได้ทำตามความฝัน ชอบเวลาได้ขายของกับครอบครัว พวกเราช่วยกันมีพ่อ มีลูก สนุก และอบอุ่น

กว่าจะได้สานฝันก็อายุมากกันแล้ว คิดว่ามันช้าเกินไปไหม ที่จริงไม่ช้าเกินไป เจ้บอกเราด้วยความภาคภูมิใจ เพราะเพิ่งอายุ 52 เอง แก่แล้วหรือ ยังสาวอยู่เลย เจ้พูดพร้อมกับรอยยิ้มและเสียงหัวเราะ ไม่มีอะไรช้าเกินไป คนเราต้องพัฒนาต้องทำตามความฝัน แต่ว่าความฝันเราไม่ได้ใหญ่โตมากมาย ไม่มีอะไรสายเกินไปถ้าเราคิดจะทำ

พลิกวิกฤตให้เป็นโอกาส

สถานการณ์ โควิด-19 ระลอกที่สาม เป็นรอบที่แย่มาก แต่ว่าในวิกฤตก็ยังเป็นโอกาสสำหรับเรา เพราะให้คิดในแง่บวกว่าก็ไม่ใช่ว่าทุกคนจะมีโอกาสแบบเรา ไม่จำเป็นต้องมีเงินเยอะแยะ และให้คิดว่าเรามีโอกาสอยู่เสมอ ไม่มีอะไรช้าเกินไป เพราะกว่าจะมาเปิดร้านเย็นตาโฟก็มาเปิดในช่วงโควิด-19 รอบสาม พยายามกว่าจะเจอทางที่ดีที่ใช่สำหรับเรา

“ขอให้ทุกคนสู้ ๆ ผ่านวิกฤตินี้ไปให้ได้ ค่อย ๆ เป็นค่อย ๆ ไป อาจจะเหนื่อยหน่อยแต่ทุกคนต้องทำได้แน่นอน” เจ้สาหร่าย-ธัญสินี ชนะภัย กล่าวส่งกำลังใจด้วยรอยยิ้ม

ทุกครั้งที่คนเราเจอปัญหาเราจะมองข้ามสิ่งที่เรารักเราชอบ เพราะว่าเป็นสิ่งที่ใกล้ตัวมากจนเราไม่คิดที่จะทำ แต่ในความเป็นจริงแล้ว สิ่งเหล่านี้คือสิ่งที่เราถนัดที่สุด แล้วเราก็รู้ตัวว่าเราน่าจะทำได้ดีที่สุด ไม่มีอะไรสายเกินไปหากเราตั้งใจลงมือทำ

ผลงานเขียนชิ้นนี้เป็นส่วนหนึ่งของรายวิชา CA005 Art of Storytelling ภาคการศึกษาที่ 2/2563

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบ

  • เจ้สาหร่าย-ธัญสินี ชนะภัย เจ้าของร้านเย็นตาโฟร้านเจ้สาหร่าย ตั้งอยู่ที่หมู่ 7 ตำบลดอนเจดีย์ อำเภอพนมทวน จังหวัดกาญจนบุรี

Writer & Photographer

ปิ่นแก้ว รูปเหมาะดี
ชีวิตคือ challenge ข้ามออกจากกรอบเพื่อเจอโลกที่กว้างขึ้น