“คุณไม่สามารถเรียนรู้แค่ศาสตร์เดียวได้ ถ้าคุณจะทำจริง มีอีกหลายอย่าง อีกหลายด้านที่คุณต้องเจอและเรียนรู้มัน” คุณกัญญณัช สาลิกานนท์ เจ้าของร้านถ้วยถังไอติม กล่าวกับเราในวันที่ได้พูดคุยถึงการทำธุรกิจที่รัก

บนเส้นทางการเป็นเจ้าของธุรกิจคาเฟ่ ไม่ง่ายเลยที่กว่าจะคิดค้นสูตรให้ออกมาแตกต่าง และแปลกใหม่ ตอบโจทย์ยุคสมัยที่เปลี่ยนไป หลายคนมองว่าแค่เป็นเจ้าของธุรกิจก็ถือว่าสำเร็จแล้ว แต่ในความเป็นจริง ยังมีปัจจัยอื่นมาเกี่ยวข้องเพื่อทำทุกสิ่งให้ออกมาได้ดี และเป็นที่รู้จักอย่างยาวนาน

บ้านกล้วยได้สนทนากับ คุณกัญญาณัฐ สาลิกานนท์ หรือ พี่ต่าย ศิษย์เก่าคณะนิเทศศาสตร์ สาขาวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ แอร์โฮสเตสสาวสวยที่ต่อยอดธุรกิจของครอบครัว จากร้านขนมไทยประยุกต์สู่คาเฟ่ขนมหวานสไตล์ฮ่องกง เพื่อสอดคล้องกับยุคสมัยมากขึ้น ในนาม ถ้วยถังไอติมคาเฟ่ที่ทุกคนไม่ควรพลาดที่จะมาลองชิมด้วยเอกลักษณ์ของร้านที่ไม่เหมือนใคร

ด้วยไอเดียที่สร้างสรรค์ควบคู่กับการผสมผสานความเป็นไทยกับฮ่องกงเข้าด้วยกัน การตกแต่งร้านจึงมีกลิ่นอายความเป็นจีนยุคเก่า และเมนูหน้าตาแปลกใหม่ ทำให้ถูกปากโดนใจลูกค้าที่แวะเวียนเข้ามารับประทานจนสามารถขยายสาขาได้ถึง 3 สาขาด้วยกัน ได้แก่ สาขารังสิต สาขาจุฬา 12 และสาขาอโศก

เราเริ่มต้นคุยถึงก้าวสำคัญของปรับเปลี่ยนจากร้านขนมไทยต่อยอดมาเป็น “ถ้วยถังไอติม” รวมถึงการสร้างสรรค์ไอเดียเมนูใหม่ ๆ ออกมาเพื่อครองใจกลุ่มลูกค้า และสร้างความประทับใจไม่รู้ลืม

จากร้านขนมไทยสู่คาเฟ่ขนมหวานสไตล์ฮ่องกง

พี่ต่าย เจ้าของร้าน ถ้วยถังไอติม เล่าว่า ตั้งแต่เรียนจบมาได้ทำงานหลายอย่าง และอาชีพตอนนี้ก็ยังทำงานเป็นแอร์โฮสเตสอยู่ มีรับสอนพิเศษบ้าง แต่ด้วยความที่มีความใฝ่ฝันว่าอยากมีร้านคาเฟ่เล็ก ๆ บวกกับทางบ้านเคยเปิดร้านคาเฟ่ขนมหวานมาก่อน และอาชีพแอร์โฮสเตสจะต้องเดินทางไปหลากหลายที่ ซึ่งมีโอกาสได้พบเจอสิ่งที่แปลกใหม่ จึงเกิดแรงบันดาลใจบางอย่างที่จะนำธุรกิจของที่บ้านและสิ่งที่ได้เจอมาลองผสมผสานกัน

การหยิบจับวัตถุดิบของหวานไทยที่มีอยู่มารวมกับจีน จนกลายมาเป็นถ้วยถังไอติม

ด้วยความที่ธุรกิจคาเฟ่ของครอบครัวพี่ต่ายนั้น เป็นคาเฟ่ขนมไทยจำพวก ทองหยิบ ทองหยอด ฝอยทอง ชาชัก พี่ต่ายจึงเกิดไอเดียที่จะสร้างสรรค์เมนูให้เข้ากับเทรนด์ในยุคปัจจุบันมากยิ่งขึ้น คาเฟ่สไตล์จีนที่กำลังเป็นที่สนใจและได้รับความนิยมมาผสมผสานเข้าไป โดยชูวัตถุดิบหลักเป็นไอศกรีม เพราะคิดว่าสามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้ง่าย และด้วยความต้องการให้มีกลิ่นอายสไตล์จีนดั้งเดิม จึงเป็นไอศกรีมโบราณโดยนำวัตถุดิบดั้งเดิมมาใช้ เช่น เกาลัด ถั่วตัด นำมาเป็นของหวาน ผสมผสานจนเป็นคาเฟ่ไทยประยุกต์สไตล์ฮ่องกงในแบบถ้วยถังไอติม

ลองผิดลองถูกกว่าจะเป็นรสชาติไอศกรีมที่ลงตัว

กว่าจะได้ไอศกรีมที่มีรสชาติแปลกใหม่และลงตัวนั้นถือว่าไม่ง่ายเลย ไม่ใช่แค่การคิดค้นรสชาติไอศกรีม แต่ยังมีเรื่องการควบคุมวัตถุดิบให้ได้รสชาติคงที่ ลองชิมเพื่อปรับรสชาติอยู่หลายครั้ง เช่นเมนูที่เสิร์ฟหมั่นโถวคู่กับไอศกรีม ดูเหมือนว่าจะเข้ากันไม่ได้ แต่พี่ต่ายพอได้ลองชิมกลับทำให้รู้สึกว่าทุกอย่างเข้ากันอย่างลงตัว

ระยะแรกร้านต้องแนะนำเมนูให้ลูกค้าทราบว่ารับประทานแบบไหน ทุกวันนี้พี่ต่ายยังคงต้องอธิบายเมนูให้ลูกค้าที่เข้ามาว่าแต่ละเมนูเสิร์ฟอะไรคู่กับอะไรบ้างเพราะลูกค้าอาจจะยังไม่เข้าใจว่า เกาลัดและถั่วตัดคือรสชาติไอศกรีม ทุกอย่างค่อนข้างใหม่สำหรับลูกค้า

กลุ่มเป้าหมายที่ไม่ได้คาดคิดไว้ตั้งแต่แรก

พี่ต่ายเล่าให้เราฟังว่า การเปิดธุรกิจนี้จะต้องพบเจอลูกค้าหลากหลายวัย ไม่เพียงแต่กลุ่มวัยรุ่น แต่ยังครอบคลุมไปถึงกลุ่มผู้ใหญ่อีกด้วย กลุ่มเป้าหมายเป็นกลุ่มนักศึกษา สาขาแรกที่รังสิตและจุฬาฯ ต่างก็ทำเลที่ตั้งใกล้มหาวิทยาลัย เพราะกลุ่มนักศึกษาชอบคาเฟ่ ไปนั่งทานขนม แต่ลูกค้าที่มาก็จะมีผู้ใหญ่ ที่ได้ลองเข้ามาทานขนม ไอศกรีมของทานร้านแล้วรู้สึกติดใจ จึงกลับมาทานใหม่ บ้างก็ซื้อกลับบ้านฝากครอบครัว จึงทำให้ตอนนี้ร้านถ้วยถังไอติม สามารถเจาะกลุ่มลูกค้าได้หลากหลาย

ร้านขายดีเพราะได้รีวิวปังจากเพจดัง

ธุรกิจจะสามารถเดินหน้าต่อไปได้นั้น ส่วนหนึ่งคือการตลาดที่ต้องใช้การโปรโมท ร้านถ้วยถังไอติมมีการโปรโมทผ่านช่องทางโซเชียลมีเดียต่าง ๆ แต่ที่เห็นรีวิวส่วนใหญ่จะมาจากเพจดัง ๆ ที่ได้เข้ามาทานแล้วนำไปรีวิวกัน หรือลูกค้าที่ได้มาทานแล้วนำไปแชร์ต่อ ๆ กัน พี่ต่ายกล่าวว่า บางทีตนไม่ทราบด้วยซ้ำว่าลูกค้าที่มาคือเจ้าของเพจ การรีวิวในสื่อต่าง ๆ ที่ออกไปส่วนใหญ่มาจากลูกค้าเอง ทางร้านไม่ได้จ้างแต่อย่างใด ทำให้ร้านได้กลุ่มเป้าหมายที่กว้างมากขึ้น เรียกได้ว่าเกิดจากการบอกต่อผ่านทางโซเชียลมีเดียทำให้ร้านค่อย ๆ ได้รับความสนใจมากขึ้น

เจอมรสุมโควิด-19 ทำพิษ จึงต้องคิดวางแผนการจัดการร้านใหม่ทั้งหมด

“เราสามารถจ้างเขาไว้ได้ทุกคน โดยที่ร้านก็อาจจะไม่ได้รับรายได้เท่าเดิม” พี่ต่าย เจ้าของร้านเล่าให้ฟังด้วยใจที่ไม่ย่อท้อ

ในช่วงที่ผ่านมาไวรัสโควิด-19 ระบาดอย่างหนัก ส่งผลกระทบให้กิจการหลายแห่งปิดตัวลง ร้านถ้วยถังไอติมก็ตกเป็นหนึ่งในกิจการที่ได้รับผลกระทบเช่นกัน

พี่ต่าย มองว่า ปัญหาไม่ได้มีเพียงการแพร่ระบาดของไวรัส แต่ยังมีเรื่องของการจัดการต้นทุน ปัญหาเล็ก ๆ น้อย ๆ แต่สิ่งที่ทำให้ต้องจัดการวางแผนใหม่ทั้งหมดคือ “มรสุมโควิด-19” ซึ่งทางร้านก็ได้คุยกันว่าให้มีบริการเดลิเวอรี่ เฉลี่ยเวลาเข้าร้านจากเต็มเวลาเป็นลดเวลาลงเพื่อให้เข้ากับสถานการณ์ ร้านยังมีรายได้ และที่สำคัญคือพนักงานในร้านยังมีงานทำอยู่

จากฝันร้ายกลายเป็นดี ความภาคภูมิใจที่ไม่คาดคิด

การต่อยอดการขายสู่การส่งเดลิเวอรี่ทำให้ร้านยังคงมีรายได้อย่างสม่ำเสมอ “สุดท้ายแล้วกลับกลายเป็นกำไรที่เยอะกว่าที่เราคาดไว้ เรารู้สึกว่ามันคือความภูมิใจเล็ก ๆ ถึงจะเป็นช่วงสถานการณ์โควิดแต่ที่ร้านก็ยังสามารถเปิดได้ตามปกติ” เจ้าของร้านถ้วยถังไอติมกล่าวด้วยความภาคภูมิใจ

พี่ต่ายเล่าว่าตอนนั้นเป็นช่วงเคอร์ฟิว การปิดร้านเร็วขึ้นจึงต้องมีการควบคุมเรื่องของวัตถุดิบอย่างละเอียด สต็อกของน้อยลง เพราะต้องการให้ของสดใหม่ แต่โชคดีที่ยังมีไอศกรีมซึ่งส่วนใหญ่สามารถเก็บไว้ได้นาน การบริหารจัดการร้านในส่วนนี้แค่เพื่อจะให้อยู่รอดไปถึงช่วงล็อคดาวน์ จนกระทั่งสถานการณ์กลับสู่ปกติ ความรู้สึกของพี่ต่ายคือความภาคภูมิใจ ที่สุดท้ายแล้วทุกอย่างเหมือนกำไรชีวิต ที่ทำให้เราผ่านช่วงโควิดมาได้ และร้านยังคงเปิดได้ตามปกติ

การเห็นทุกคนมีความสุขคือความสำเร็จที่แท้จริง

พี่ต่ายมองว่าการคืนทุนได้ไวหรือการไม่ขาดทุนเป็นความสำเร็จปกติอยู่แล้วของการทำธุรกิจ เรื่องของการเงินตอนนี้พี่ต่ายพอใจในระดับหนึ่งแล้ว แต่ความสำเร็จสำหรับพี่ต่ายคือการบริหารพนักงานในร้านให้ทุกคนอยู่ได้อย่างมีความสุขแม้ผ่านช่วงร้าย ๆ มา และเมื่อเห็นพนักงานมีความสุขตัวพี่ต่ายเองก็มีความสุขไปด้วย

ความภูมิใจและสบายใจกับการเป็นเจ้านายตนเอง

“ไม่ว่าเราจะเจอปัญหาอะไรมาจากงานที่ทำอยู่ สุดท้ายแล้วตอนนี้ร้านก็เป็นที่พักพิงที่เรารู้สึกสบายใจที่จะมา”

ด้วยหน้าที่การงานที่มั่นคง พี่ต่ายมีอาชีพเป็นแอร์โฮสเตส และเป็นครูสอนพิเศษ ซึ่งตัวเธอเองก็ไม่เคยคิดมาก่อนว่าจะได้มาขายไอศกรีม ต้องมาเป็นเด็กเสิร์ฟ หรือทอดหมั่นโถวอยู่หลังร้าน ทุกคนมองว่าเป็นแอร์ฯ อยู่ดี ๆ ทำไมต้องมาตักไอศกรีมเอง แต่คำตอบของพี่ต่ายคือ เป็นความภูมิใจอย่างหนึ่งที่ได้ทำอะไรที่เป็นของเราเอง ไม่ว่าจะตกแต่งร้าน หรือคิดแคปชันลงในคำบรรยายรูปภาพของร้านก็ย่อมทำได้ ไม่ว่าจะเจอสภาพแวดล้อมอย่างไรในการทำงานประจำมา ก็อดภูมิใจไม่ได้ว่าการเป็นเจ้านายตัวเองสบายใจที่สุด

พี่ต่าย - คุณกัญญณัช สาลิกานนท์ และคุณธีรวัฒน์ สิริกชกร เจ้าของร้าน

ความประทับใจของลูกค้าคือกำลังใจสำคัญของถ้วยถังไอติม

“เราจะบอกน้อง ๆ ที่ทำหลังบ้านตลอดว่าเราต้องตั้งใจทำทุกอันนะ เพราะว่าทุก ๆ อันมันคือสิ่งที่ลูกค้าคาดหวังกับไอติมของเรา”

พี่ต่ายบอกเล่าถึงความประทับใจที่ครั้งหนึ่งเคยมีคนเขียนในกระดาษเมนูว่า “อร่อยมากเลยครับ” ทำให้ตนมีความสุขอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นการที่ลูกค้าถ่ายรูปเมนูที่เสิร์ฟออกไปและเขาเข้าถึงสิ่งที่ร้านถ้วยถังไอติมต้องการจะนำเสนอ ทำให้มีกำลังใจในการที่จะสร้างสรรค์เมนูต่อไป สำหรับพี่ต่ายเงินไม่ใช่ประเด็นหลัก แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือลูกค้าเข้าใจในไอศครีม ชอบในเมนูของร้าน มีความสุขในการมานั่งพูดคุยกันและกลับไปอย่างประทับใจ

คาเฟ่สไตล์ฮ่องกงที่เอกลักษณ์ไม่ซ้ำใคร

ต้องพร้อมลุยเองและเรียนรู้ด้วยทักษะการสื่อสาร

“เจ้าของเองก็ต้องใกล้ชิดกับร้านและพนักงาน ห้ามทิ้งร้าน เพราะถ้าสมมุติว่าเรา ได้ลงมาทำเองหรือจับต้องเองแล้วจะรู้ปัญหาในร้าน”

พี่ต่ายให้แง่คิดว่าการจะเป็นเจ้าของธุรกิจ ไม่ใช่เพียงแค่เปิดร้านแล้วทุกอย่างสำเร็จ แต่ยังต้องมีการเรียนรู้ ทั้งในเรื่องของการบริการ การบริหารจัดการต่าง ๆ ซึ่งพี่ต่ายเจ้าของถ้วยถังไอติมก็ต้องลงมือทำเองทุกขั้นตอน เพื่อให้เข้าใจถึงปัญหาที่จะเกิดขึ้นเวลาทำงานและเข้าใจพนักงาน จะทำให้การบริหารงานเป็นไปได้ง่ายขึ้น

นอกจากนี้ พี่ต่ายยังฝากถึงน้อง ๆ นักศึกษาทั้งที่เรียนอยู่หรือทำงานแล้วว่า เราสามารถนำสิ่งที่เรียนมา มาประยุกต์ใช้ได้ในเรื่องของธุรกิจ เรื่องการโปรโมตสื่อที่ต้องทำให้ดึงดูดและน่าสนใจ หรือแม้กระทั่งการเรียนคณิตศาสตร์ที่หลายคนคิดว่าอาจจะไม่ต้องใช้ แต่ในการบริหารงานจำเป็นมาก ๆ และอาจจะมีอีกหลายอย่างที่เราไม่ได้เรียน แต่เราต้องต้องเริ่มเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ ด้วย เช่น การบริหารคน ซึ่งเราไม่สามารถรู้ได้แค่ศาสตร์เดียว ยังต้องเรียนรู้อีกหลากหลายด้าน ในชีวิตจริงไม่ได้สวยงามแบบที่เราคิด สุดท้ายก็คือทักษะในการสื่อสารที่ต้องมีในทุกการทำงาน

ความสำเร็จของร้านถ้วยถังไอติมเกิดจากการที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากการเดินทาง การประยุกต์ธุรกิจของครอบครัวจากเดิมที่มีอยู่แล้ว เป็นการสร้างธุรกิจที่ผสมผสานศาสตร์หลากหลาย นำมาต่อยอดจนกลายเป็นคาเฟ่สไตล์จีน สร้างสรรค์ไอศกรีมรสชาติใหม่ ๆ ที่ไม่ซ้ำใคร และมีการบริหารจัดการภายในร้านได้เป็นอย่างดี สิ่งสำคัญคือเราต้องพร้อมที่จะเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ จึงทำให้ธุรกิจเติบโตอย่างรวดเร็ว

ผลงานเขียนชิ้นนี้เป็นส่วนหนึ่งของรายวิชา CJR311, JR311 Journalistic Writing across Media Section 3421 ภาคการศึกษาที่ 1/2 2563 คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ อาจารย์ที่ปรึกษา ผศ.นันทวิช เหล่าวิชยา

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบ

  • Facebook (official): ถ้วยถังไอติม https://www.facebook.com/Tuaytungicecream สามารถแวะไปอุดหนุนกันได้ที่ร้านถ้วยถังไอติมมี 3 สาขาได้แก่ สาขาจุฬา 12 สาขารังสิต และสาขาอโศก
  • Instagram (official): @TuayTung_Icecream https://instagram.com/tuaytungicecream
  • คุณกัญญณัช สาลิกานนท์ และคุณธีรวัฒน์ สิริกชกร เจ้าของร้านถ้วยถังไอติม

Writer & Photographer

นวินดา ชายดี
เวลาจะมีค่ามากขึ้น ตอนใกล้จะหมดเวลา

Writer & Photographer

ปวีย์ธิดา จิระสุทธิโรจน์
เป็นคนใจบาง บางวันชาบู บางวันหมูกระทะ

Writer & Photographer

พิมพ์ณดา ศิระลักษมีธรรม
เห็นหน้านิ่ง ๆ จริง ๆ ไม่นิ่งนาจา