“ต้องมีสักครั้งที่คุณต้องล้มลุกคลุกคลานบ้าง เพื่อเป็นประสบการณ์ในการพัฒนาฝีมือ ก้าวข้ามความกลัวของตัวเองให้ได้ อีกทั้งยังต้องอาศัยการฝึกซ้อมอย่างหนัก” นักสเก็ตบอร์ดรุ่นใหม่บอกกับเราถึงหัวใจสำคัญของการเล่นสเก็ตบอร์ด

เราขอพาทุกคนมารู้จักมุมเล็ก ๆ ภายในมหาวิทยาลัยกรุงเทพ หน้าอาคารกิจกรรมนักศึกษา (Student Activity Center หรือ SAC) พื้นที่ด้านหน้าแห่งนี้มักจะเป็นที่รวมตัวของนักศึกษาที่สนใจเล่นกีฬา “สเก็ตบอร์ด” ณ จุดนี้ในช่วงเย็นไปจนถึงค่ำมักจะมีเพื่อน ๆ แวะเวียนมาลื่นไถลไปกับสเก็ตบอร์ดคู่ใจ

บ้านกล้วย สนใจไลฟ์สไตล์ของนักศึกษา จึงได้นัดหมายกับ พี่โจอี้-พีรวิทย์ รัตนชัยกูล นักศึกษาสาขาวิชาการโฆษณาดิจิทัล คณะนิเทศศาสตร์ และน้องมิ้ล-นรีกานต์ สุทธิสานนท์ นักศึกษาสาขาวิชาออกแบบนิเทศศิลป์ คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ ทั้งสองชื่นชอบการเล่นสเก็ตบอร์ดเป็นชีวิตจิตใจ และมีความมุ่งมั่นที่จะเล่นสเก็ตบอร์ดเพื่อเป็นกีฬา และต่อยอดสู่การแข่งขัน

ความชื่นชอบต่อกีฬาสเก็ตบอร์ด

พี่โจอี้” ได้เล่าถึงจุดเริ่มต้นของการเล่นสเก็ตบอร์ด คือเป็นสิ่งที่วัยรุ่นอย่างเขาสนใจอยู่แล้ว เรามองว่ามันเป็นกีฬาที่เท่มาก และอีกอย่างเราก็สนใจในเรื่องวัฒนธรรมสตรีท (Street Culture) ก็เลยไปซื้อสเก็ตบอร์ดมาศึกษาด้วยตนเองและก็ได้ลองหัดเล่นดู ความรู้สึกครั้งแรกที่เราได้ไปเหยียบบนบอร์ด คือความรู้สึกที่ตื่นเต้นที่เราไม่รู้เลยว่าเราจะล้มเมื่อไรและเราก็รู้สนุกไปกับมัน

โจอี้-พีรวิทย์ รัตนชัยกูล นักศึกษาสาขาวิชาการโฆษณาดิจิทัล คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ

ส่วนของ “น้องมิ้ล” มีความคิดว่า ผู้ชายเล่นได้ผู้หญิงก็ต้องเล่นได้และอีกอย่างตอนนั้นเราเห็นผู้หญิงที่เล่นสเก็ตบอร์ดมันน้อยมากเราก็เลยลองมาเล่น แล้วเรารู้สึกสนุกมันทำให้เราลงลึกขึ้นแต่มันไม่มีคนเล่นด้วยเราก็เลิกเล่นไป พอเรามาเรียนมหาวิทยาลัยเราได้เห็นกลุ่ม “พี่โจอี้” ที่เล่นอยู่ที่ตึก SAC เราเลยขอพี่ไปเล่นด้วยและก็ได้พี่โจอี้มาสอนเล่น ทำให้เราได้รู้จักสังคมใหม่ ๆ และได้รู้จักกับรุ่นพี่ด้วย

มิ้ล-นรีกานต์ สุทธิสานนท์ นักศึกษาสาขาวิชาออกแบบนิเทศศิลป์ คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัย

การเตรียมพร้อมกับการเล่นสเก็ตบอร์ด

“สเก็ตบอร์ด” เป็นกีฬาที่ต้องอาศัยการฝึกซ้อมอย่างหนักและให้เวลาที่เยอะมาก กว่าคน ๆ หนึ่งจะเล่นเก่งเป็นมือโปร เขาใช้เวลาเป็นหลายปี ต้องเสียสละเวลาและร่างกาย เพื่อที่จะทำให้ตัวเองเล่นเก่งขึ้น ต้องผ่านอุปสรรคมากมายหลายอย่าง รวมถึงเรื่องอุปกรณ์ ราคาของสเก็ตบอร์ดที่ใช้ และฝนฟ้าอากาศที่เราไม่อาจคาดเดาได้และสิ่งที่สำคัญที่สุด คือเรื่องของอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้นในการเล่นสเก็ตบอร์ด นี่เป็นสิ่งที่ต้องระมัดระวังมาก ๆ วันนี้ทั้งสองคนมาเล่นโชว์จึงไม่ได้ใส่อุปกรณ์การป้องกันตัว แต่ถ้าเป็นการแข่งขันจริงจัง เล่นท่ายาก ผาดโผน ต้องมีอุปกรณ์การป้องกันตัว

ความเสี่ยงที่ต้องแลก

ทั้งสองยังแลกเปลี่ยนความคิดเห็นอีกว่า การเล่นสเก็ตบอร์ดผู้เล่นต้องรับความเสี่ยงจากการบาดเจ็บที่จะเกิดขึ้นต่อร่างกายให้ได้ เพราะกีฬาชนิดนี้เป็นกีฬาที่มีความผาดโผนมาก ช่วงแรกเริ่มถ้าคุณอยู่บนสเก็ตแล้วคุณจะต้องมีจิตใจที่พร้อมเผชิญหน้ากับความกลัวให้ได้เพราะนี่แค่ฝึกเริ่มต้น ถ้าคุณผ่านพื้นฐานของการเล่นสเก็ตบอร์ดมาได้แล้วคุณต้องรับความเสี่ยงอีกอย่างคือ

การเล่นท่าต่าง ๆ นักสเก็ตมือโปรหลายคนกระดูกแตกกระดูกหักกันมาแล้วนับไม่ถ้วน แต่มันก็ต้องมีสักครั้งที่คุณต้องล้มลุกคลุกคลานบ้าง เพื่อเป็นประสบการณ์ในการพัฒนาฝีมือ ก้าวข้ามความกลัวของตัวเองให้ได้ อีกทั้งยังต้องอาศัยการฝึกซ้อมอย่างหนัก

สเก็ตบอร์ดสอนอะไรกับเราบ้าง

พี่โจอี้ บอกว่า ได้กลุ่มคนใหม่ ๆ จากสถานที่ต่าง ๆ ที่เราไปเล่น ได้เจอสังคมใหม่ ๆ ได้เหมือนเป็นเพื่อนกัน พูดคุยกันเกี่ยวกับเรื่องสเก็ต มันเป็นสิ่งที่ดี ทำให้เราเปิดโลกใหม่เลย และอีกอย่างมันก็เหมือนกับการออกกำลังกายด้วย เพราะเราต้องใช้แรงไถบอร์ดก็เหมือนกับการวิ่งและการกระโดด เพราะเราต้องใช้สำหรับการเล่นท่า เคยเห็นคนที่น้ำหนัก 100 กว่ากิโล ลดลงมาเหลือ 80 ได้เพราะสเก็ตบอร์ด เป็นกีฬาที่วิเศษมาก

ส่วนน้องมิ้ลได้ให้คำตอบกับเราว่า “มันเป็นการท้าทายตัวเราในการทำสิ่งใหม่ ๆ เผชิญความหน้ากับตัวเอง และอีกอย่างเราเป็นผู้หญิงด้วย มันทำให้เรารู้สึกดีกับกีฬาชนิดนี้เพราะเราเป็นส่วนน้อยที่เล่น ทำให้เรารู้สึกภูมิใจที่ได้เล่นมันมันอาจทำให้สร้างชื่อเสียงให้กับเราได้”

เปิดพื้นที่สำหรับคนรัก “สเก็ตบอร์ด”

พี่โจอี้และน้องมิ้ล บอกอีกว่า กลุ่มสเก็ตบอร์ดที่นี่พี่ ๆ เขาเรียกแทนกลุ่มกันว่า “BUSK8” เป็นสังคมกลุ่มย่อยที่อยู่ในมหาวิทยาลัยกรุงเทพ เป็นสังคมที่พร้อมจะต้อนรับมือใหม่หรือคนที่สนใจ แต่ขอให้น้อง ๆ มีความกล้าที่จะก้าวขาเข้ามาในสังคมนี้ แถมยังมีรุ่นพี่ที่คอยสอนเล่นและซัพพอร์ต พี่ ๆ ทุกคนยินดีต้อนรับทุกคนอยู่เสมอ

การเล่นสเก็ตบอร์ดที่นี่เราเน้นการออกกำลังกาย อยากให้มั่นใจได้ว่าการรวมตัวของเราเป็นการทำสิ่งดี ๆ ที่เราชอบร่วมกันนั่นคือ “การเล่นสเก็ตบอร์ด”

อนาคตของเด็กสเก็ต

เราทั้งหมดจะพัฒนาฝีมือไปเรื่อย ๆ อยากให้คนที่เล่นสเก็ตฝึกฝนการเล่นท่าให้เยอะ ๆ ถ้าคิดว่าตัวเองเล่นเก่งแล้ว เราสามารถลองไปแข่งในระดับสนามทั่วไป เพื่อเก็บประสบการณ์สะสมไปเรื่อย เพื่อที่เราจะไปเทินโปรเป็นนักแข่งให้กีบทีมชาติได้เลย ขอแค่มีความพยายามกับสิ่งที่ชอบเราก็จะทำมันสำเร็จ

อยากให้เพื่อน ๆ มองว่า กีฬาสเก็ตบอร์ด ถ้าฝึกฝนและเล่นอย่างถูกวิธีจะไม่อันตราย อาจจะมีเจ็บตัวบ้าง มีบาดแผล แต่ได้ประสบการณ์ใหม่ ๆ เพิ่มขึ้นแน่นอน ล้มแล้วลุก เล่นเพื่อเรียนรู้ พัฒนาตนเองทั้งร่างกายและจิตใจ ลองท้าทายเปิดโอกาสให้ตัวเองได้ทำอะไรที่แตกต่าง แล้วเราจะเรียนรู้ได้มากยิ่งขึ้น ที่สำคัญถ้าสนใจเล่นกีฬาสเก็ตบอร์ด ต้องฝึกฝนจากผู้เชี่ยวชาญและมีอุปกรณ์ป้องกันระหว่างเล่น

Writer & Photographer

สิรินดา ทุงจันทร์
คติประจำใจ “ถ้าไม่คาดหวัง ก็จะไม่ผิดหวัง”

Writer & Photographer

ศุภิสรา บัวทอง
คติประจำใจ “ไม่ยาก ถ้าอยากทำ”

Writer & Photographer

ธีรพงษ์ นวลเดช
คติประจำใจ “ทำในสิ่งที่ตัวเองชอบแล้วชีวิตจะมีความสุข”

Writer & Photographer

รวินันท์ ถินขาว
คติประจำใจ “มุมใดมีแสง มุมนั้นจะมีเงา มุมใดมีคนชมเรา มุมนั้นจะมีคนนินทา”

Writer & Photographer

อาภาวรรณ จัตตามาศ
คติประจำใจ “ความพยายามครั้งที่ 100 ดีกว่าคิดท้อถอยก่อนที่จะทำ”