งานอดิเรกขับเคลื่อนด้วยความรัก เป็นสิ่งที่ทำเพื่อความสุขทางใจมากกว่าการได้รับผลตอบแทน แต่เชื่อหรือไม่ว่างานอดิเรกบางอย่าง ก็สามารถต่อยอดให้เป็นธุรกิจ ที่สามารถทำเงินให้กับเราได้ โดยที่ยังคงความเป็นกิจกรรมยามว่างในชีวิตประวันของเราเช่นเดิม

เราจะพาไปทำความรู้จักกับการเลี้ยง แคคตัส งานอดิเรกง่าย ๆ ที่ทุกคนก็สามารถเริ่มต้นทำได้โดยที่ไม่ต้องใช้ต้นทุนสูง และยังเหมาะกับคนที่อยากจะหาแรงบันดาลใจในการเริ่มต้นทำสิ่งเล็ก ๆ น้อย ๆ โดยที่สิ่งนั้นอาจจะไปได้ไกลกว่าที่คิด

แคคตัส สายพันธ์ต้นไม้ยอดฮิตติดกระแส

กระบองเพชร หรือ แคคตัส สายพันธุ์ไม้หนามที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก และยังเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับคนที่อยากเริ่มต้นปลูกต้นไม้ที่บ้าน โดยไม่จำเป็นต้องใช้เวลาไปกับการรดน้ำบ่อยเหมือนกับต้นไม้ชนิดอื่น

อาจเป็นเพราะผลกระทบจาก โควิด-19 ที่ทำให้ผู้คนมีเวลาอยู่บ้านมากขึ้น ทำให้แคคตัสถูกผลักดัน จนกลายเป็นธุรกิจออนไลน์ อย่างการค้าส่งเมล็ด หรืออุปกรณ์เกี่ยวกับการเพาะปลูกต่าง ๆ ยิ่งทำให้การเลี้ยง และสะสมแคคตัสเติบโตขึ้น และได้รับความนิยมมากยิ่งกว่าที่เคย

ตั้งเป้าหมายจากจุดเริ่มต้นที่แสนเรียบง่าย

คุณจู-คุณเพ็ญศรี จันทรเสนา เจ้าของโรงเรือนแคคตัสที่มีแคคตัสนานาชนิดมากกว่า 1,000 ต้น เล่าถึงประสบการณ์เกี่ยวกับการเลี้ยงแคคตัสของตนเองว่า จุดเริ่มต้นในการเลี้ยงแคคตัสของตัวเองนั้น ก็ไม่ต่างจากคนที่เลี้ยงแคคตัสคนอื่นสักเท่าไหร่ ที่เริ่มต้นจากการเลี้ยงแคคตัสบนชั้นวางขนาดเล็กริมหน้าต่าง ความสุขจากการเฝ้าดูต้นแคคตัสเติบโต ทำให้เกิดความอิ่มเอมใจ บ่มเพาะความสุข และทำให้ใจเราละเอียดอ่อน เข้าถึงความงามของธรรมชาติ

ถ้าเราเจอแคคตัสสายพันธุ์ดีในราคาที่ไม่แพง เราก็สามารถนำมาเลี้ยง และขายออกสู่ตลาดได้ อาจจะได้กำไรไม่มาก แค่ 50-100 บาท แต่ความสุขของคุณจูคือการเลี้ยงแคคตัส ดังนั้นในช่วงแรกถึงจะไม่ได้กำไรมากเท่าที่ควร ก็ไม่ใช่เรื่องที่เสียหายอะไร

แต่พอเวลาผ่านไป เมื่อเธอได้ศึกษาและได้เรียนรู้ จนเข้าใจถึงวิธีการเลี้ยงแคคตัสที่มีความซับซ้อนมากยิ่งขึ้น ทำให้สามารถที่จะเพาะพันธุ์แคคตัสในสายพันธุ์ที่มีราคามากขึ้นได้ด้วยตัวเอง และจุดนี้เองที่ทำให้เริ่มเข้าสู่ธุรกิจแคคตัสอย่างจริงจัง

ความสำเร็จไม่จำเป็นต้องเริ่มต้นจากต้นทุนที่สูงเสมอไป

กว่าจะสร้างโรงเรือนและเพาะพันธุ์แคคตัสได้มากขนาดนี้ จุดเริ่มของเจ้าของธุรกิจพันธุ์ไม้แหลมในการเลี้ยงแคคตัสกลับเกิดขึ้นจากการซื้อแคคตัสจากตลาดต้นไม้ในราคาต้นละ 100 บาทเท่านั้น

โดยคุณจู อธิบายว่า หลังจากที่เลี้ยงแคคตัสได้ประมาณสามเดือน ได้มีคนติดต่อเข้ามาสอบถามว่าพอถึงจุดหนึ่งเธอก็เริ่มศึกษาการผสมเกสร และเพาะเมล็ดแคคตัสด้วยตัวเองทั้งหมด ทำให้ไม่จำเป็นต้องไปหาแคคตัสราคาถูกเพื่อมาขายต่ออีกต่อไป ยิ่งเป็นการลดต้นทุนในการเลี้ยงแคคตัสลงไปอีก เพราะการเลี้ยงแคคตัสไม่จำเป็นที่จะต้องใช้ทุนสูง แต่เราต้องอย่าหยุดที่จะเรียนรู้และศึกษาสิ่งใหม่ ๆ อยู่เสมอ นี่คือหัวใจสำคัญที่จะทำให้การเลี้ยงแคคตัสนั้นประสบความสำเร็จ

พอถึงจุดหนึ่งเธอก็เริ่มศึกษาการผสมเกสร และเพาะเมล็ดแคคตัส ด้วยตัวเองทั้งหมด ทำให้ไม่จำเป็นต้องไปหาแคคตัสราคาถูกเพื่อมาขายต่ออีกต่อไป ยิ่งเป็นการลดต้นทุนในการเลี้ยงแคคตัสลงไปอีก เพราะการเลี้ยงแคคตัสไม่จำเป็นที่จะต้องใช้ทุนสูง และเราต้องขยันที่จะศึกษาค้นคว้าพัฒนาการเลี้ยงด้วยความสนุกสนาน นี่คือหัวใจสำคัญที่จะทำให้การเลี้ยงแคคตัสนั้นประสบความสำเร็จ

การสร้างประสบการณ์ที่ดี คือสิ่งที่สำคัญที่สุด

แต่สิ่งที่สร้างความแตกต่างให้กับแคคตัสของคุณจูและผู้ค้าคนอื่น คือการที่เธอจะเน้นการซื้อขายระหว่างกลุ่มคนที่ชอบเลี้ยงแคคตัสด้วยกันเอง โดยไม่มีการทำหน้าร้าน หรือขายออนไลน์ เพราะไม่อยากให้แคคตัสของตนนั้นกลายมาเป็นธุรกิจที่เน้นผลประกอบการในลักษณะของเจ้าของธุรกิจกับลูกค้า แต่อยากให้ธุรกิจของตัวเองเป็นการแลกเปลี่ยนความรู้ระหว่างคนที่รักและชื่นชอบแคคตัสเหมือนกันมากกว่า

เพราะแคคตัสคือความสบายใจของทั้งผู้ซื้อและผู้ขาย หลาย ๆ ครั้งที่เธอเคยไปซื้อแคคตัสแล้วได้รับต้นที่รากเน่าบ้าง ราขึ้นบ้าง หรือบางครั้งก็ไม่ได้แคคตัสในแบบที่ตัวเองคาดหวังไว้ ซึ่งไม่อยากให้คนอื่นต้องมาเจอประสบการณ์แย่ ๆ แบบนี้ ดังนั้นเลยจะเน้นการสร้างสายสัมพันธ์ระหว่างคนที่ชอบแคคตัสด้วยกันเอง เพื่อสร้างความไว้วางใจ และทุกคนจะได้มีความสุขกับแคคตัสที่ได้มาจากธอมากที่สุด

คุณจูเองก็ไม่ได้คาดหวังว่า งานอดิเรกของตัวเองจะขยับขยายตัวจนสามารถกลายเป็นธุรกิจที่เป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันทุกวันนี้ไปเสียแล้ว จากเดิมที่อาจจะใช้เวลาแค่หนึ่งถึงสองชั่วโมงในการดูแลแคคตัสแค่ไม่กี่ต้น จนตอนนี้สามารถสร้างโรงเรือน และเป็นเจ้าของแคคตัสมากกว่า 1,000 ต้นในระยะเวลาแค่สองปี แน่นอนว่าส่วนนี้ธอก็จะต้องทุ่มเทเวลาส่วนตัวให้กับแคคตัสมากขึ้น

รายได้ ไม่สำคัญเท่ากับความสุขที่ได้รับ

อย่างไรก็ตาม แม้คุณจูจะสามารถสร้างรายได้จากแคคตัสได้แล้ว เธอก็ยังคงมองแคคตัสเป็นงานอดิเรกที่ตัวเองรักอยู่เหมือนเดิมไม่มีเปลี่ยนแปลง การได้ใช้เวลาอยู่ในโรงเรือนแคคตัส ถึงแม้จะขายแคคตัสไม่ได้กำไรสักบาท แต่ก็ยังมีความสุข เป้าหมายในการเลี้ยงแคคตัสของเธอไม่ใช่การทำรายได้เป็นกอบเป็นกำ แต่เป็นการที่ได้ทำในสิ่งที่ตัวเองรัก ในขณะเดียวกันก็ยังสามารถถ่ายทอดความรู้ และแชร์ประสบการณ์ดี ๆ ในการเลี้ยงแคคตัสให้กับผู้อื่น ได้ทั้งมิตรภาพ ได้ทั้งสังคม

“ถ้าเราได้ทำในสิ่งที่เรารัก เราจะไม่รู้สึกว่าเรากำลังพยายามที่จะทำมันด้วยซ้ำ อยากให้ทุกคนเต็มที่กับสิ่งที่ทำ ไม่ว่ามันจะออกมาดีหรือไม่ดี จงอย่างเสียใจ เพราะอย่างน้อยเราก็ได้มีความสุขกับมัน”

สำหรับคุณจูแล้ว เรื่องเงินไม่ได้มีความสำคัญเท่ากับความสุขที่ตัวเองกำลังได้ทำ เพราะถ้าเรามัวแต่พุ่งเป้าไปกับการทำรายได้ทั้งหมด พอถึงวันที่เราไม่ได้รายได้จากจุดนั้นแล้ว สักวันเราก็ต้องเลิกทำมันไป แต่ถ้าเราเอาความสุขของเราเป็นพื้นฐาน ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เราก็จะยังคงทำสิ่งนั้นได้ต่อไป เพราะว่าเรารักและชื่นชอบที่จะทำสิ่งนั้นจริง ๆ

ผลงานเขียนชิ้นนี้เป็นส่วนหนึ่งของรายวิชา CJR311, JR311 Journalistic Writing across Media Section 3421 ภาคการศึกษาที่ 1/2 2563 คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ อาจารย์ที่ปรึกษา ผศ.นันทวิช เหล่าวิชยา

Writer

วนิดา สุมะนานนท์
เป็นคนที่ชื่นชอบและรักในการเขียน (ทวิต) มาก

Writer

ชนกอร เย็นยิ่ง
นักเขียนเรื่อง BALOR ที่อยากแมสใน readawrite

Photographer

ธนภูมิ รุ่งวิทยา
โลกทั้งใบก็เป็นแค่ส่วนหนึ่งในตัวผม โลกที่ผมสร้างสรรค์ทุกอย่างได้อย่างใจนึก