‘ใกล้เธออีกแล้ว และเป็นอย่างนี้ทุกครั้งไป เหมือนทุกอย่างรอบตัวเริ่มไม่ค่อยชัด’

ในยุคที่อุตสาหกรรมดนตรีไม่ได้จำกัดอยู่ที่ค่ายเพลงยักษ์ใหญ่ ทุกวันโลกแห่งท่วงทำนองสามารถบันดาลเพลงใหม่หรือศิลปินหน้าใหม่ให้สามารถแจ้งเกิดบนโลกออนไลน์อย่างยูทูบ (YouTube) ได้อย่างไร้ขอบเขต จากคลิปการร้องเพลงหรือการแสดงความสามารถด้วยสไตล์ที่แตกต่างและโดดเด่น นั่นอาจจะเป็นจุดเปลี่ยนของนักศึกษาธรรมดาที่ลุ่มหลงในเสียงเพลงให้กลายเป็นศิลปินที่ใครต่อใครก็อยากจะลองคว้าโอกาสมายืนอยู่บนเส้นทางนี้ดูสักครั้ง

ในที่นี้เรากำลังเกริ่นถึง เค้ก-เปมิกา จิระนารักษ์ กับ เมือง-สองเมือง ไชยฤทธิ์ สองศิลปินดูโอ้วง SERIOUS BACON โดยเค้กกับเมืองมาเจอกันที่รั้ว คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ก่อนจะชวนกันมาทำวงเริ่มต้นจากทำคัฟเวอร์เพลงเล่น ๆ ลงยูทูบและได้กระแสตอบรับในหมู่วัยรุ่นอย่างเรา ๆ จนกระทั่งได้มาเป็นศิลปินน้องใหม่ค่าย BOXX MUSIC เมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา อีกทั้งยังปล่อยซิงเกิลของตัวเองออกมาแล้วทั้งหมด 2 เพลงด้วยกันอย่าง ‘พี่ ๆ ตัดแว่นให้หน่อย’ และเพลงล่าสุด ‘ไม่อยากฟัง’

เราได้มีโอกาสได้คุยกับทั้งสองในช่วงที่ SERIOUS BACON มาเป็นแขกรับเชิญในงาน Open House BU 2020: BUCA Starship เมื่อปลายเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา ที่คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ บ้านหลังใหญ่ที่ร่มรื่นของพวกเรา

และนี่จะเป็นบทสัมภาษณ์ที่บ้านกล้วยขอชวนทุกคนไปทำความรู้จัก กับจังหวะชีวิตของคนดนตรีน้องใหม่ในวงการ และอินกับเสียงดนตรีเพราะ ๆ ทำนองป็อปอินดี้ฟังสบาย สไตล์มินิมอลมิวสิค ไม่ซีเรียสตามประสา SERIOUS BACON กัน

พวกคุณเริ่มหลงใหลดนตรีกับการร้องเพลงตั้งแต่ตอนไหน

เค้ก: เค้กพึ่งจะมาร้องเพลงจริงจังน่าจะประมาณมัธยมปลาย ก่อนหน้านี้ก็ลองเล่น ๆ ดู แต่ตอนมัธยมปลายก็ได้มีวงที่โรงเรียน ไปร้องเพลงตามงานบ้าง

เมือง: ถ้าอย่างของผมทำวงมาตั้งแต่ ม.1 เลย ก็คือมีวงดนตรีตั้งแต่ ม.1 เล่นกับเพื่อน เล่นกับรุ่นน้องที่โรงเรียนอะไรแบบนี้ แต่ว่าเมื่อก่อนจะเล่นเบส เป็นมือเบส เริ่มเล่นดนตรีตั้งแต่สิบกว่าขวบ

เครื่องดนตรีที่เล่นได้และที่อยากจะเล่นให้เป็นในสักวัน

เค้ก: เค้กเล่นดนตรีไม่ค่อยถนัดเท่าไหร่ ที่จะพอเล่นได้ก็มีกีตาร์เล่นได้นิดหน่อย เปียโนเล่นได้นิดหน่อย ถนัดเปียโนมากกว่า ส่วนมากพอมาทำวงก็จะยกหน้าที่นี้ให้กับเมือง (ผายมือไปที่เมือง)

เมือง: ทุกวันนี้ที่เล่นได้ก็จะมี กีตาร์ เบส ที่ถนัดหน่อย แล้วก็ตีกลอง เล่นเปียโนได้แบบงู ๆ ปลา ๆ ส่วนเครื่องดนตรีที่ตอนนี้สนใจมากและอยากเล่นเป็นคือแซกโซโฟน เพราะคิดว่ามันเท่ รู้สึกว่าคนเป่าแซกได้มันเท่แบบบอกไม่ถูก

แบบนี้อยากเอาเสียงแซกโซโฟนเข้ามาใส่ในเพลง SERIOUS BACON ไหม

เมือง: ใช่ครับ ชอบ

เค้ก: (หัวเราะ)

เมือง: ชอบเสียงแซกโซโฟนแบบที่ถ้าเล่นเป็นเองก็คงจะดี แต่ไม่รู้จะเอาเวลาที่ไหนไปฝึก (หัวเราะ)

ความฝันในวัยเด็กอยากจะเป็นศิลปินตั้งแต่แรกเลยหรือเปล่า

เมือง: ชอบดนตรีมาตั้งแต่แรกแล้วล่ะ แต่แล้วก็มีช่วงหนึ่งที่ตั้งคำถามว่าชอบเล่นดนตรีเฉย ๆ หรือว่าอยากจะทำงานด้านดนตรีเลย ก็เคยมีช่วงหนึ่งในชีวิตที่ผมรู้สึกว่าไปลองทำอย่างอื่นดู ไปลองติวสถาปัตย์ฯ ก็รู้สึกชอบ เพราะเคยมีความฝันว่าถ้าเรามีบ้านก็อยากออกแบบบ้านของตัวเอง อยากออกแบบบ้านให้คนอื่น อยากมีสถาปัตยกรรมที่เราเป็นคนสร้าง แต่ว่าก็ล้มเลิกไป แล้วตอนนี้พอได้ลองมาทำงานด้านดนตรีจริง ๆ ก็พบว่า เออ เราชอบด้านนี้แหละ และรู้สึกดีที่ได้ทำงานด้านดนตรี

เค้ก: ส่วนของเค้กจริง ๆ ถ้าเป็นเมื่อก่อน สิ่งแรก ๆ ที่เริ่มคิดว่าอยากทำอะไรในอนาคต ตอนมัธยมจะเป็นคนชอบเขียนบท เคยทำหนังสั้นกับเพื่อน แล้วก็อยากทำงานด้านฟิล์ม แต่พอเข้ามหา’ลัยได้มาเรียนฟิล์ม ได้ออกกองจริง ๆ แล้วก็พบว่าเราไม่ชอบ แต่เราก็เรียนมาจนจบมาได้แต่อาจจะไม่ใช่ทางขนาดนั้น แล้วจริง ๆ ก็เคยคิดว่าอยากเป็นนักร้อง แต่คิดว่ามันไม่น่าจะเป็นง่าย ๆ หรอก เหมือนแบบเป็นสิ่งที่เราเก็บซ่อนไว้ลึก ๆ ว่าอยากเป็นแต่ไม่ค่อยได้บอกใคร แต่เหมือนพอได้มีโอกาสได้ทำก็ เย่ (ชูมือ)

แล้วทำไมสุดท้ายเมืองถึงเบนสายมาเรียนนิเทศศาสตร์

เมือง: ตอนแรกผมเข้ามัธยมปลายแล้วเลือกสายวิทย์เพราะตอนนั้นเรายังไม่รู้ว่าจะเรียนอะไรดี มหา’ลัยอยากเข้าอะไร พอเข้าสายวิทย์ไปแต่เราไม่ได้ชอบวิทยาศาสตร์ขนาดนั้น ก็เลยคิดว่า เอ๊ะ อะไรที่มันมีความเป็นทั้งศิลป์และทั้งวิทย์ เหมือนเราก็ชอบวาดรูปเล่นด้วยก็เลยเรียนกวดวิชาสถาปัตย์ฯ

แต่ตอนจะเลือกคณะหลังสอบเสร็จหมดแล้ว ตอนช่วง TCAS ก็ตัดสินใจวินาทีสุดท้ายว่า เออ หรือว่าเราจะชอบด้านนี้มากกว่า เหมือนเป็นคนชอบทำกิจกรรมอะไรทำนองนี้อยู่แล้ว เพราะตอนอยู่มัธยมก็ทำกิจกรรมมากกว่าเรียน หมายถึงว่าสนุกกับด้านนี้ อีกอย่างคือมีพี่เรียนนิเทศฯ ด้วยก็เลยจะรู้อยู่แล้วว่ามันอารมณ์ไหน อันนี้น่าจะเหมาะกับเรามากกว่า และขอบคุณที่เลือกนิเทศฯ ในวันนั้น เพราะว่าถ้าไม่เลือกนิเทศฯ ในวันนั้น เราก็จะไม่มีวงในวันนี้

เมือง - สองเมือง ไชยฤทธิ์

การมารวมตัวทำวง ทั้งคู่มาเริ่มทำความรู้จักกันได้ยังไง

เค้ก: ก็คือจริง ๆ ที่นิเทศศาสตร์ (จุฬาฯ) จะมีฝ่ายเพลงของละครนิเทศฯ ซึ่งพวกเราอยู่ฝ่ายเพลงเหมือนกัน แล้วพอเค้กกับเมืองรู้จักกันมาสักปีนึง มันก็มีงานที่เค้กจะต้องไปร้องเพลงแต่ว่าเค้กหามือกีตาร์ไม่ได้ เค้กก็เลยมาชวนเมืองไปร้องด้วยกัน ก็เลยเหมือนจากงานนั้นเป็นงานที่ทำให้เราเริ่มตั้งชื่อวงเพราะว่าเขาขอชื่อวง วงนี้วงอะไร เราก็เลยมาลองตั้งชื่อวงกัน ก็เลยได้ใช้เป็นชื่อนี้มาเรื่อย ๆ ประมาณนี้

พูดถึง First Impression ของทั้งคู่ตอนที่เจอกันครั้งแรก

เมือง: เจอกันที่คณะครั้งแรกรู้สึกว่า ‘พี่คนนี้ดูคุยยาก?’ หมายถึงไม่กล้าเข้าไปคุยด้วยอะไรแบบนี้ มีออร่าอะไรบางอย่างไม่รู้ ก็ไม่ได้ดูน่ากลัวอะไรแต่เจอครั้งแรกที่คณะตอนวันเฟิร์สเดท (วันกิจกรรมแรกพบของพี่ – เพื่อนในรั้วจุฬาฯ) แล้วมีคนอยู่บนแสตนด์ (ชี้เค้ก) บอกว่าดารา ๆ มีเพลง ก็เลยลองไปเสิร์ชดู

เค้ก: เหรอ แต่ตอนนั้นยังไม่เห็น ๆ เค้กจำเมืองได้ครั้งแรก น่าจะเป็นช่วงที่เมืองมาสัมภาษณ์ของคณะ แล้วก็มีให้แสดงโชว์ (ชี้เมือง) ยังเป็นเด็กขี้อายอยู่เลยวันนั้น เขาบอกให้เมืองร้องเพลง เล่นกีตาร์ เมืองไม่กล้าร้อง ขอให้ทุกคนในห้องนั้นหันหลัง (หัวเราะ) ตอนนั้นเขินมาก แล้วทุกคนก็แกล้ง ๆ หันหลังแล้วก็แอบดูอะไรแบบนี้

เมือง: อือ หันหลังปลอม ๆ

เค้ก: ตอนนั้นเป็นน้องที่ขี้อายมาก

เมือง: ตอนนี้ก็ยังนิดนึงแหละ

จากตอนนั้นกับตอนนี้มีความรู้สึกแตกกันมากน้อยแค่ไหน

เมือง: ก็ต่างอยู่นะ ไม่คิดว่าเขาเป็นคนแบบนี้

เค้ก: เหมือนพอเรากับวงนี้มันก็ผ่านมาปีกว่าแล้ว ก็รู้จักกันประมาณหนึ่ง เมืองก็ไม่ใช่น้องขี้อายแล้ว

เค้ก - เปมิกา จิระนารักษ์

แล้วพอรู้จักกัน มีไลฟ์สไตล์อะไรที่พอจะเหมือนกันหรือเข้ากันไหม

เมือง: ก็ใกล้เคียง ไม่งั้นก็คงทำงานด้วยกันไม่ได้ แนวเพลงก็ฟังใกล้เคียงกัน

เค้ก: ใช่ คือเมืองเป็นคนที่ฟังเพลงที่หลากหลายอยู่แล้ว จะมีอะไรที่ In common

เมือง: ปกติผมฟังเยอะมากเลย เพลงเกาหลีก็ฟังนะ เพลงอินดี้ เพลงร็อค ฟังหมดเลย บางทีก็ฟังเพลงแนวเมทัลด้วยซ้ำ รู้สึกว่าเพลงแต่ละเพลงมันตอบอารมณ์ของเราในแต่ละช่วงได้ต่างกัน เพลงคลาสสิคก็ฟัง ฟังหมดเลย ชอบเพลงญี่ปุ่นด้วย

เค้ก: แบบเค้กจะไม่ได้ฟังเยอะเท่าเมือง ก็จะมีส่วนที่เราชอบเหมือนกันอยู่ด้วย จริง ๆ ช่วงนี้เค้กฟัง K-Pop น้อยลง ไม่รู้ทำไมพอเริ่มมาทำเพลง ช่วงนี้จะฟังเพลงไทยเยอะขึ้น จริง ๆ ปกติเค้กก็ฟังเพลงไทย-สากล แล้วก็ K-Pop อะไรแบบนี้

ชื่อวงที่มาจาก Adjective + Noun แปลก ๆ คืออะไร

เค้ก: คือมันเป็นการ เราพยายามคิดชื่อวงให้มันดูเท่ ๆ อยากให้มันเป็นชื่อที่ออกมาดูเท่

เมือง: เค้กเคยทำวงเล่น ๆ อันนี้เล่น ๆ จริง ทำวงกับเพื่อนที่ชื่อมันก็ใช้หลักเดียวกันกับการตั้ง SERIOUS BACON นี่แหละ พอมาทำวงนี้ก็เลยยังยึดหลักนั้นอยู่ แล้วก็มาหาคำเรื่อย ๆ

เค้ก: ใช่ ก็เลยกลายเป็นชื่อเบค่อนก่อน แล้วค่อยมาหาคำ จนมาเป็น SERIOUS BACON เราชอบกินด้วย

เมือง: เรารู้สึกว่าคำนามเรามาหมวดอาหาร หาจากอะไรที่ชอบกิน นอกจากเบค่อนก็จะมีวากิว (wagyu) บีฟ (beef) อะไรที่เราชอบกิน แต่ว่าเบค่อนมันดูน่ารัก

เค้ก: ใช่ มันดูมีความ(น่ารัก) คือตอนนั้นคิดว่าถ้าลองวาดรูปออกมา เบค่อนน่าจะดูน่ารักสุด

อยากให้เล่าถึงขนมแครกเกอร์กับการคัฟเวอร์เพลง เข้ามาเกี่ยวโยงกันได้ยังไง

เมือง: ตอนที่เราถ่ายคลิปแรก ก็คือไปถึงห้องแล้ว อัดเพลงเรียบร้อย กำลังจะถ่ายคลิปแต่ก็พบว่าลืมเอาไมค์มา ตอนแรกจะใช้ไมค์ที่ดูจริงจังในการมาถ่ายซิงก์ แต่ว่าพอลืมก็เลยมีตัวเลือกคือขวดน้ำที่อยู่ในห้อง แต่เรารู้สึกว่าขวดน้ำมันไม่สวยเลยลงไปร้านสะดวกซื้อ ก็เดิน ๆ ดูแหละว่ามันมีอะไรที่มีรูปทรงแทนไมค์ได้

เค้ก: แล้วสุดท้ายก็กลายเป็นขนมอันนั้น และกลายเป็นกิมมิคไปเลย เพราะคนจำได้ว่าเราชอบใช้ไมค์ขนมร้องเพลง

เพลงคัฟเวอร์เพลงไหนที่ทำให้พวกคุณเริ่มกลายเป็นที่รู้จัก

เมือง: จริง ๆ ก็เพลงแรกที่ทำ ‘พอเถอะ x รถคันเก่า’

เค้ก: ตอนนั้นเป็นคลิปแรกที่ลงในชื่อ SERIOUS BACON เป็นคัฟเวอร์

เมือง: พี่ ๆ วง MEAN ก็ช่วยแชร์ด้วย ยอดวิวก็เลยขึ้นมา น่าจะเป็นอันแรกจริง ๆ ที่ทำให้คนรู้จักวงนี้

แล้วตอนที่พอยอดวิวกับยอดไลค์พุ่งขึ้นมามีความรู้สึกยังไงบ้าง

เมือง: ตกใจ เพราะไม่ได้คาดหวังกับสิ่งนี้เยอะ อยากจะทำสนุก ๆ เฉย ๆ ร้องเพลงถ่ายคลิปเล่น ๆ ลงยูทูบ

เค้ก: คือปกติเราก็มีแชนแนลที่เคยทำเพลงอะไรเล่น ๆ ของเราอยู่แล้ว เมื่อก่อนเค้กก็ทำคัฟเวอร์เองก็ไม่ได้มียอดวิวเยอะอะไรขนาดนั้น เหมือนพอมาทำด้วยกันแล้วเยอะมันก็ตื่นเต้น

เมือง: เหนือความคาดหมาย

จากเพลงที่คัฟเวอร์ไปทั้งหมดชอบเพลงไหนที่สุด

เมือง: ชอบเพลง ‘เพื่อนพระเอก’ แล้วกัน รู้สึกว่าช่วงแรก ๆ เรื่องคุณภาพการอัดเสียงมันอาจจะห่วยหน่อย ยังทำอะไรกันไม่ค่อยเป็น แต่รู้สึกว่าเพลงนี้ทำออกมาแล้วก็ เพราะ น่ารักดี ถ่ายคลิปน่ารักดีอะไรแบบนี้

เค้ก: เรานั่งตบแปะกัน น่ารักดี

เมือง: เป็นคลิปที่ดูน่ารักดี ชอบ

มีศิลปินที่ยกให้เป็นต้นแบบหรือเป็นแรงบันดาลใจไหม

เค้ก: ไม่เชิงว่ามีต้นแบบ ก็จะมีศิลปิน ส่วนมากจะเป็นหลาย ๆ คนที่เราติดตามมากกว่า อย่างพี่ในคณะเราตอนนี้เป็น Tilly Birds (เติร์ด – อนุโรจน์ เกตุเลขา นักร้องนำวง Tilly Birds) ที่โด่งดังไปแล้ว เหมือนพอเราเห็นเขาได้ทำในสิ่งที่เขาชอบแล้วก็เริ่มต้นจากตอนแรกที่ยังไม่ค่อยมีคนรู้จักมากจนตอนนี้กลายเป็นวงที่ โห ดังมากแล้ว คิวทองไปแล้ว เราก็รู้สึกว่ามันก็ค่อนข้างเป็นแรงบันดาลใจที่เราอยากจะตั้งใจทำงานตรงนี้ของเราให้สักวันหนึ่งมันจะมีคนได้เห็นมันเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ

เริ่มเข้ามาเป็นศิลปินในสังกัด BOXX MUSIC ได้ยังไง

เมือง: ก็มีพี่ที่ค่ายไดเรคไอจีมาหาว่าสนใจ มีวันไหนที่สะดวกเข้ามาคุยกับพี่ ๆ ที่ค่ายไหม แล้วเราก็ลองเข้าไปคุยดู ไปเจอพี่ที่ค่ายคือมี พี่พล Clash (คชภัค ผลธนโชติ) พี่ตัฐ (พงษ์ฉัตร มุสิเกตุ) ที่เป็น Promoter Manager ของค่าย ก็คุยกันเรื่องวิธีการทำงาน เรียกว่าเราก็ได้เข้าไปทดลองงานก่อนแล้วกัน แบบตอนแรกก็ยังเป็นช่วงทดลองงานว่าเราชื่นชอบ แล้วก็สนุก มีความสุขกับวิธีการทำงานของค่ายไหม และเราก็รู้สึกว่าสไตล์การทำงานของเรากับค่ายมันค่อนข้างคลิ๊ก เลยตัดสินใจที่จะทำงานกับพี่ ๆ ที่ค่าย

ที่ว่าคลิ๊ก คือค่ายการให้อิสระในการทำงานหรืออะไร

เมือง: ใช่ ก็เหมือนอย่างเพลงนี่ เราก็เป็นคนแต่งเอง ทำเอง แต่ว่าพี่ที่ค่ายก็จะมีหน้าที่ที่แบบคอยช่วย

เค้ก: มาช่วยแนะนำ อย่างเพลงที่เราแต่งไป ‘พี่ ๆ ตัดแว่นให้หน่อย’ คือเราก็เริ่มแต่งกันมาเอง ทำเดโม่กันเอง แล้วก็เหมือนมีพี่ ๆ ที่มาช่วยแบบว่า มาเกลาเนื้อเพลงให้ มาแนะนำว่าถ้ามีตรงนี้ ๆ จะดีขึ้น สุดท้ายก็ทำให้มันลงตัวขึ้น

ในยุคสมัยที่ไม่ว่าใครก็สามารถเป็นศิลปินทำเพลงลงยูทูบเองได้ แต่การที่คุณมีต้นสังกัดจะเป็นผลดีมากกว่าไหม

เมือง: ผมว่าเรื่องนี้อยู่ที่แต่ละวง ว่าแต่ละวงชอบการทำงานแบบไหนดีกว่า บางคนชอบการมีอิสระเต็มร้อย ทำเองทุกขั้นตอน ผมว่าอันนี้แล้วแต่สไตล์ ถ้าอย่างเรา เรารู้สึกว่าข้อดีของการมีค่ายคือการมีคนคอยแนะนำ รู้สึกว่าการทำงานด้านเพลงมันไม่มีถูกผิดอยู่แล้วล่ะ แต่การที่มีคนมาคอยแนะนำ ยิ่งเป็นคนที่มีประสบการณ์ มันก็ทำให้เราได้พัฒนาตัวเองให้มากขึ้น

เค้ก: แล้วก็เหมือนก่อนหน้านี้ที่เรายังไม่มีค่าย เราก็จะรับงานเอง และเราก็มีกันแค่สองคน บางทีก็จะจัดการไม่ค่อยทัน ตอบไม่ทันบ้าง พอมีพี่ ๆ ที่ค่ายมาช่วยก็ทำหลาย อย่างมันเป็นระบบมากขึ้น

พูดถึงโปรเจคแรกที่ทำกับค่าย BOXX MUSIC อย่างเพลง ‘วังวน’

เค้ก: ช่วงนั้นมันเป็นโปรเจค Boxx From Home ที่ตอนนั้นยังต้องประชุมผ่านวิดีโอคอลอยู่เลย

เมือง: รู้สึกว่าตอนทำเพลงนั้นมันค่อนข้างกระชั้นชิด ด้วยเรื่องเวลาก็แอบเครียดนิดนึงกับเพลงนี้ว่า เห้ย มันจะทำออกมาดีไหม เพราะถ้านับคือมันเป็นเพลงแรกที่ปล่อยกับค่ายนี้ด้วย คือจะสร้างภาพจำให้คนได้เห็นสไตล์เรายังไง

เค้ก: แล้วเป็นเพลงแรกที่เราไม่ได้คัฟเวอร์แบบปกติก่อนหน้านี้ที่ส่วนใหญ่จะคัฟเวอร์เป็นอคูสติกในยูทูบของเรา แล้วพอมาปล่อยกับค่ายก็จะหาแนวดนตรีที่มันดูเป็นเรามากขึ้น อยากให้คนเห็นภาพเรายังไงอะไรแบบนี้ พอมาคัฟเวอร์เพลง ‘วังวน’ ใน Boxx From Home ก็ตั้งใจอยู่เหมือนกัน พยายามหาเวอร์ชันที่ชอบของเรา

แล้วนิยามของเพลงแนว SERIOUS BACON อยากจะให้คนฟังจดจำแบบไหน

เมือง: จริง ๆ เป็นป๊อป (Pop) แล้วกัน เพลงป๊อป

เค้ก: เบส (base) เป็นเพลงป๊อป

เมือง: แต่ด้วยความว่าเพลงที่เราชอบฟังส่วนใหญ่เป็นเพลงอินดี้ อาจจะไม่ได้ถึงอินดี้มาก มันก็เลยจะไม่ได้เป็นป๊อปซะทีเดียว

เค้ก: จะมีซาวด์ที่…อย่างดนตรีที่เมืองทำจะมีซาวด์ที่บอกไม่ค่อยถูก เสียงกลองหรือเสียงซินธ์ (ซินธิไซเซอร์หรือเสียงสังเคราะห์) ที่เราใส่เข้ามา เหมือนพอเราทำไปเรื่อย ๆ เราจะค่อย ๆ จับทางได้ว่าต้องมีเสียงนี้นะถึงจะเป็นเพลงของเรา

เมือง: ถ้าให้นิยามก็คงจะเป็นเพลงป๊อปแบบ BOXX MUSIC (หัวเราะ) รู้สึกว่ามันมีมวลอยู่

ทั้งสองเพลงหลักที่ทำร่วมกันมา มีวิธีการแบ่งสัดส่วนการทำงานยังไง

เค้ก: ส่วนมากพาร์ตเนื้อร้องจะเป็นเค้ก ส่วนพาร์ตดนตรีก็จะเป็นของเมืองทั้งหมดเลย อย่างเนื้อเพลงเราก็จะช่วย ๆ กันแต่ง เพลง ‘พี่ ๆ ตัดแว่นให้หน่อย’ เค้กก็จะแต่งขึ้นมาก่อนเป็นท่อนเวิร์ส (Verse) ถึงฮุคแรก (Hook) เสร็จแล้วก็ส่งให้เมืองฟัง เอาไปทำเดโม่ แล้วก็เอาไปให้พี่ ๆ ฟัง แล้วเราก็มาช่วยกันแต่งต่อจนจบเพลง

เมือง: ก็จะช่วย ๆ กันฟังตลอด

ทั้งสองเพลงที่ปล่อยออกมา พยายามจะหยิบยกไอเดียอะไรขึ้นมาเสนอ

เมือง: ถ้าอย่างเพลงแรกก็จะรู้สึกว่าเราอยากได้มู้ด (Mood) ที่มีความสดใสนิดนึง คือเนื้อหาเพลงอาจจะไม่ได้ไปในเชิงว่าเป็นเพลงรักขนาดนั้น แต่เราอยากได้อะไรที่ค่อนข้างสดใสเพราะปกติเราก็เป็นคนเฮฮาอะไรอยู่แล้ว ก็เลยแบบ ภาพแรกที่เราอยากให้ทุกคนเห็นก็คือสนุก ๆ ดนตรีที่ไม่ถึงกับต้องเป็นเพลงเร็ว พอให้มีจังหวะโยกได้ ต่อมาเพลงที่สอง ‘ไม่อยากฟัง’ เราก็รู้สึกว่าอยากให้ดนตรีหรือว่าเนื้อหาโตขึ้น

เค้ก: เป็นเฉดที่มันโตขึ้น

เมือง: ก็จะกลายเป็นเพลงที่เศร้าขึ้น แต่ว่าดนตรีก็อาจจะยังไม่ได้ไปในทางที่มันเศร้ามาก

เศร้าแต่ก็ยังมีความเป็น Serious Bacon อยู่

เค้ก: ใช่ ก็ยังเป็นเศร้าที่มีจังหวะโยก ๆ เศร้าแบบยิ้ม ๆ ได้ (หัวเราะ)

พูดถึงเพลงที่สองที่พึ่งปล่อยออกมา ‘ไม่อยากฟัง’

เค้ก: เป็นเพลงที่จะพูดถึงมุมของคนที่โดนบอกเลิกด้วยเหตุผลที่เรารู้สึกว่าไม่อยากฟัง ซึ่งเพลงนี้มันก็จะเศร้าขึ้นกว่า ‘พี่ ๆ ตัดแว่นให้หน่อย’ ดูโตขึ้น จริง ๆ เราชอบเพลงนี้ ไม่รู้สิ รู้สึกว่าเป็นเพลงที่ฟังวน ๆ ได้

เมือง: รู้สึกว่านี่ก็เป็นอีกเฉดหนึ่งของ SERIOUS BACON ที่ถ้าเทียบกับเพลงแรกก็จะมีความโตขึ้น

เค้ก: แบบไม่ได้น่ารักเท่าเพลงแรกแล้ว เป็นสัญญานว่าเราอาจจะไม่ได้ทำเพลงที่น่ารักสุด ๆ ตลอดไป คนเราก็มีหลายมุม หลายเฉด

พอบอกว่ามีหลายเฉดก็นึกถึงสีเบค่อนเวลาทอด ไหม้บ้าง เกรียมบ้าง

เมือง/เค้ก: ใช่

เค้ก: มันก็มีหลายหลายเฉด ‘พี่ ๆ ตัดแว่นให้หน่อย’ อาจจะเป็นสีชมพู แต่เพลงนี้ก็อาจจะเข้ม ๆ ขึ้นมา

จากกระแสตอบรับของเพลง ทำให้ได้เรียนรู้อะไรเพิ่มบ้าง

เมือง: จริง ๆ อย่างแรกก็ดีใจ เหมือนที่พูดไปตอนทำเพลง ‘วังวน’ การเปลี่ยนจากวงคัฟเวอร์มาปล่อยเพลงของตัวเอง ดนตรีมันก็จะเปลี่ยนไป ตอนแรกเราก็กังวลว่าคนจะรับไหมในสิ่งที่เราให้ไป แบบแนวดนตรีนี้คนฟังจะชอบไหม แฟนคลับที่ฟังมาตั้งแต่ตอนทำคัฟเวอร์ด้วยกีตาร์โปร่งตัวเดียวจะชอบไหม ผลปรากฏว่าคนก็ชอบ และมีแฟนคลับใหม่ ๆ ที่พึ่งมารู้จักตอนปล่อยเพลงตัวเองไปแล้ว มีคนชอบเราก็ดีใจมากเลยตรงนั้น อย่างแรกเลย ไม่ได้สนเรื่องตัวเลขยอดวิว ยอดไลค์ ส่วนใหญ่เราดูคอมเมนท์มากกว่าว่าคนคิดยังไงกับเพลงเรา

เค้ก: แอบไปดูที่คนแชร์อะไรแบบนี้ เราก็คอยไปอ่านตลอด คอมเมนท์ในยูทูบ หรือในเฟซบุ๊กเวลามีคนแชร์ไป เราก็จะไปแอบ ๆ อ่านดู

ถ้านับจากเพลงแรกตอนนี้ก็เป็นศิลปินเต็มตัวมาสี่เดือนแล้ว มีความเปลี่ยนแปลงอะไรเกิดขึ้นบ้าง

เมือง: หลัก ๆ เลยน่าจะเป็นด้านของความรับผิดชอบ เหมือนสมัยที่เราทำเองมันก็จะไม่ต้องมีตารางอะไรที่มันฟิกมาก แล้วการเรียนก็ยังยืดหยุ่นได้ เพราะว่าเรายังไม่ได้ทำงานที่เป็นอาชีพจริงจัง แต่พอต้องมาอยู่กับพี่ ๆ ที่ค่ายแล้วมันก็ต้องคำนึงหลายอย่างเกี่ยวกับคนอื่น ต้องติดต่องาน เรื่องคิว มันทำให้เรามีความรับผิดชอบมากขึ้น อย่างผมก็ยังเรียนไม่จบ ก็ต้องเรียนไปด้วย ทำงานไปด้วย ต้องแบ่งเวลาให้เป็นมากขึ้น ซึ่งตอนนี้ก็ยังไม่ค่อยเป็นมาก แต่ก็หวังว่าจะเป็นขึ้น (หัวเราะ)

เค้ก: มันก็เปลี่ยนไป ความรับผิดชอบก็เป็นส่วนหลัก ๆ ที่เรามอง แล้วก็จะเป็นเรื่องของการวางตัวต่าง ๆ เวลาที่ไปเจอคนที่เราทำงานด้วยอะไรแบบนี้ ต้องค่อย ๆ เรียนรู้ ปรับตัวกันไป

อย่างเค้กตอนนี้เรียนจบก็มาโฟกัสวงเต็มตัวเลยหรือเปล่า

เค้ก: ถ้าตอนนี้ก็เป็นแค่โฟกัสกับวงนี้ไปเลย

ความประทับใจที่คุณจำได้หลักจากมาเป็นศิลปินเต็มตัว

เมือง: จริง ๆ ก็ ถ้าอย่างเบสิกเลยคือ เวลาไปไหนแล้วมีคนมาขอถ่ายรูป ไปกินข้าว ไปเดินห้างแล้วเขาเปิดเพลงเราก็จะรู้สึกว่า เห้ย มันมีวันนี้แล้วเหรอที่ไปนั่งกินข้าวแล้วฟังเพลงเรา มีพี่ ๆ ศิลปินคนอื่นเอาเพลงเราไปร้อง แม้กระทั่งคัฟเวอร์ในยูทูบ เพราะเราก็เคยเป็นวงคัฟเวอร์มาก่อน พอมีเพลงตัวเองให้คนอื่นมาเล่นเพลงเราบ้างก็ดีใจ ตามดูแทบทุกอันเลย

เค้ก: ตอนที่ปล่อย ‘พี่ ๆ ตัดแว่นให้หน่อย’ ใหม่ ๆ เราก็ไปนั่งเสิร์ชชื่อเพลงดู มีคนคัฟเวอร์เยอะมาก ตื่นเต้นมากตอนนั้น เพราะปกติก็ไปคัฟเวอร์เพลงของคนอื่น พอมีคนมาร้องเพลงเราบ้างก็ตื่นเต้น เข้าไปกดไลก์ แล้วจะมีโมเมนต์ที่เวลาฟังวิทยุ ชอบเปิดวิทยุหา แล้วพอเจอเพลงตัวเองก็ตื่นเต้น ถ่ายวิดีโอเก็บไว้

เมือง: แล้วก็รู้สึกว่าการที่มีคอมเมนท์เช่น เพลงของพี่ ๆ น้อง ๆ made my day ก็รู้สึกดีใจที่เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้คนมีความสุขได้

เค้ก: ดีใจที่เพลงของเราอาจจะไปมีความหมายอะไรกับคนอื่น ๆ มีคนบอกว่าเอาเพลง ‘พี่ ๆ ตัดแว่นให้หน่อย’ ไปสารภาพรักมาค่ะ อะไรแบบนี้

สมมติเพลงต่อไป อยากจะทำเพลงแบบไหนให้เป็นอีกเฉดที่สื่อถึงวง

เมือง: จริง ๆ ก็อยากลองทำเพลงที่…ถ้าอย่างส่วนตัวผมเชื่อว่าหลาย ๆ คนก็คงชอบแหละ เพลงเศร้า อยากทำเพลงแบบเศร้า ๆ ไปเลย เศร้า ๆ

เค้ก: อาจจะไม่ได้น่ารักมาก แต่เศร้าแบบเศร้า หรือไม่ก็อาจจะเป็นเพลงที่สนุก ๆ เพราะตอนนี้เพลงเราค่อนข้างที่จะโยก ๆ นิดหน่อย อาจจะมีเพลงสนุกบ้างก็รอติดตามกันได้ค่ะ

สุดท้ายคาดหวังว่าต่อจากนี้ Serious Bacon จะเป็นยังไง

เมือง: เรามองว่าความสำเร็จในการเป็นศิลปินคือความดังอย่างเดียวมันคงไม่พอ การที่มีคนมาชอบงานเราก็รู้สึกว่า โอเค วันนี้มันมีคนกลุ่มหนึ่ง แต่สักวันก็อยากจะไปให้ถึงกลุ่มคนให้มากที่สุดแหละ อยากให้เพลงเราไปถึงคนเยอะ ๆ

เค้ก: ให้คนได้ยินเยอะขึ้น

เมือง: ให้คนชอบเพลงเราเยอะขึ้น รู้สึกว่าตัวเลขก็เป็นสิ่งหนึ่ง แต่ถ้าเรามีเพลงที่คนชอบก็เป็นความสำเร็จที่สุดในฐานะนักดนตรีแล้ว

เค้ก: เหมือนการที่เราได้ทำเพลงที่เราก็ชอบ แล้วพอมีคนที่ฟังแล้วชอบเหมือนกันก็น่าจะเป็นความสำเร็จที่ดี

เรื่องราวของ SERIOUS BACON กับเส้นทางสายดนตรีของพวกเขาในแบบสบาย ๆ สไตล์มินิมอล แต่ในทางการทำงานพวกเขายังคงจริงจัง มีความซีเรียส สม่ำเสมอ มีวินัย รับผิดชอบ ยังคงเรียนรู้ ฝึกฝนเพื่อก้าวต่อไปบนเส้นทางสายศิลปินและผลิตผลงานที่ทำให้คนยิ้มได้ ในวันที่เหนื่อยล้าแค่ได้เปิดเพลงที่ฟังแล้ว Made my day ก็คือความสุขเล็ก ๆ แบบเรียบง่ายของคนทำดนตรี

สามารถติดตาม Serious Bacon ในทุกช่องทางได้ที่

Writer

จิรัชยา เหล่าสกุล
บรรณาธิการบริหารบ้านกล้วยออนไลน์ปี 2020 ที่คาดหวังให้ตัวเองมีความสุข และใช้ชีวิตตามคำพูดของวินเซนต์ แวนโก๊ะห์ ‘What is done in love is done well’

Photographer

ศุภชาติ ปึงพงศากุล
มีความฝันอยากเป็นช่างภาพ ได้ท่องเที่ยวไปเจอสิ่งใหม่ ๆ แต่เพิ่งได้พบว่าการเขียน เหมือนการได้พบสิ่งใหม่ และอยู่เพียงแค่ปลายปากกาของเราเท่านั้นเอง