เราต้องรับมือกับโรคต่าง ๆ อยู่เสมอในช่วงเวลาแบบนี้ อีกหนึ่งไวรัสที่มาพร้อมกับสายฝนและความหนาวเย็นคือไวรัส RSV บ้านกล้วย รวบรวมข้อมูลและสรุปย่อเกี่ยวกับ RSV เพื่อให้ทุกคนได้ทำความรู้จักกับโรคนี้และสามารถดูแลป้องกันตนเองในเบื้องต้นได้

ไวรัส RSV (Respiratory Syncytial Virus) คือ เชื้อไวรัสที่เป็นสาเหตุทำให้เกิดการติดเชื้อทางเดินระบบหายใจทั้งส่วนบนและส่วนล่าง เชื้อไวรัสชนิดนี้จะทำให้ร่างกายมีการผลิตเสมหะออกมาเป็นจำนวนมาก สามารถติดเชื้อได้ทั้งในเด็กและผู้ใหญ่ โดยส่วนใหญ่มักจะเกิดกับเด็กเล็กที่มีอายุต่ำกว่า 3 ปี ซึ่งในประเทศไทยอาจพบการระบาดได้บ่อยในช่วงฤดูฝนหรือช่วงปลายฝนต้นหนาว

สาเหตุและการติดเชื้อไวรัส RSV

ไวรัส RSV มีความทนทานต่อสภาพแวดล้อมภายนอกร่างกาย สามารถติดต่อผ่านการไอ จาม การสัมผัสโดยตรงจากสารคัดหลั่งต่าง ๆ ในร่างกาย เช่น น้ำมูก น้ำลาย เสมหะ หากติดเชื้อขั้นรุนแรงอาจจะทำให้เสียชีวิตได้ โดยส่วนใหญ่มาจากภาวะแทรกซ้อนที่เกิดขึ้นโดยเฉพาะในเด็กเล็ก หรือเด็กที่มีโรคประจำตัว ยกตัวอย่าง โรคหัวใจ โรคปอด เด็กที่คลอดก่อนกำหนด เด็กที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ แต่ในขณะเดียวกันผู้ใหญ่ก็มีความเสี่ยงที่จะติดเชื้อไวรัสนี้ หากมีโรคประจำตัวเป็นโรคปอดและโรคหัวใจ

โดยไวรัสชนิดนี้ ถ้าเกิดการติดเชื้อไวรัสนี้ในผู้ใหญ่หรือเด็กโตที่มีสุขภาพแข็งแรง อาการป่วยจะสามารถหายได้เอง แต่หากเกิดในเด็กเล็กที่มีภูมิต้านทานต่ำอาจจะทำให้เกิดอาการรุนแรง

อาการที่สังเกตได้

อาการบ่งชี้ในการติดเชื้อไวรัส RSV ได้แก่ มีไข้ ไอ จาม หอบ หรือ หายใจลำบาก

อาการที่ต้องระวัง คือ หากมีอาการไข้สูงมากกว่า 39 องศาเซลเซียส มีอาการไอจนอาเจียน หายใจเร็วหอบจนชายโครงบุ๋ม หายใจออกลำบากหรือหายใจมีเสียง รับประทานอาหารและนมได้น้อย มีอาการซึม ปากซีด อาจทำให้เกิดภาวะรุนแรงถึงขั้นทางเดินระบบหายใจล้มเหลว และเสี่ยงต่อการเสียชีวิตได้

การดูแลรักษา

ปัจจุบันทางการแพทย์ยังไม่มีวิธีหรือวัคซีนรักษาโรคติดเชื้อไวรัส RSV โดยตรง ใช้การรักษาตามอาการที่เกิดขึ้นแทน เช่น การให้ยาลดไข้ แก้ไอละลายเสมหะ ซึ่งเด็กที่มีเสมหะเหนียวมาก ต้องทำการพ่นยาขยายหลอดลมผ่านทางออกซิเจนละอองฝอย เคาะปอด และดูดเสมหะออก ทำให้สามารถช่วยลดความรุนแรงของอาการไอ และอาการหายใจหอบเหนื่อยได้

ไวรัสชนิดนี้จะใช้เวลาในการพักฟื้นไข้ดูแลรักษาตัวประมาณ 1 – 2 สัปดาห์ เชื้อไวรัสทำให้เกิดอาการได้ตั้งแต่เป็นไข้หวัดธรรมดา ไปจนถึงอาการปอดบวมที่เป็นอันตรายต่อตัวเด็ก และมีโอกาสกลับมาเป็นอีกครั้งหากร่างกายอ่อนแอ

วิธีป้องกันตนเอง

การป้องกันการติดเชื้อ RSV ขั้นเบื้องต้นสามารถทำได้ดังนี้

1.หมั่นล้างมือบ่อย ๆ เนื่องจากการล้างมือสามารถลดเชื้อไวรัสที่ติดมากับมือทุกชนิดได้ถึงร้อยละ 70

2.รับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ เลือกอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย สะอาดและปรุงสุกใหม่

3.พักผ่อนให้เพียงพอ โดยเฉพาะการจัดสรรเวลาการนอนอย่างมีคุณภาพ เพื่อให้ร่างกายได้ฟื้นฟูและซ่อมแซมตนเอง

4.ออกกำลังกาย อย่างน้อยวันละ 30 นาที เพื่อเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าในปัจจุบันจะยังไม่มีวิธีกำจัดเชื้อไวรัส RSV โดยตรง และหลายคนยังมีความเข้าใจและรู้จักเชื้อไวรัสนี้ค่อนข้างน้อยเพราะไม่อันตรายต่อคนที่มีภูมิคุ้มกัน แต่ในสถานการณ์แบบนี้ การป้องกันตามคำแนะนำเพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ที่อันตรายที่ส่งผลถึงชีวิตของตัวเองและคนที่คุณรัก

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบ

Writer & Graphic

สุทิวัส วัฒนาประดิษฐชัย
การนำเสนอความคิดของเราผ่านตัวละคร ผ่านสถานการณ์ต่าง ๆ ที่เราเขียน คือการสร้างบางสิ่งบางอย่างขึ้นมาผ่านทัศนคติของเรา เป็นสิ่งที่น่าภาคภูมิใจ

Graphic

จิรัชยา เหล่าสกุล
บรรณาธิการบริหารบ้านกล้วยออนไลน์ปี 2020 ที่คาดหวังให้ตัวเองมีความสุข และใช้ชีวิตตามคำพูดของวินเซนต์ แวนโก๊ะห์ ‘What is done in love is done well’