การเว้นระยะห่างทางสังคม (Social Distancing) คือ การสร้างระยะห่างระหว่างตัวเราเองกับคนอื่นในสังคม รวมถึงการลดการออกไปนอกบ้านโดยไม่จำเป็น หลีกเลี่ยงการใช้ขนส่งสาธารณะ การไม่เข้าร่วมกิจกรรมร่วมกับผู้อื่น และการทำงานอยู่ที่บ้าน จะช่วยลดการแพร่เชื้อไวรัสโคโรน่าอันเป็นสาเหตุการระบาดของโรคโควิด-19 ในสังคมลงได้เป็นอย่างมาก

การเว้นระยะห่างทางสังคมนั้นไม่ได้เพิ่งเกิดขึ้นครั้งแรก แต่ได้มีการนำมาใช้ในเหตุการณ์การระบาดทั่วโลกหลายครั้งแล้ว จึงพิสูจน์ได้ว่ามาตรการป้องกันการระบาดแบบเว้นระยะห่างมีประสิทธิภาพและสามารถช่วยทุเลาระดับความรุนแรงของการระบาดได้จริง รัฐบาลในหลายประเทศจึงได้ออกคำสั่งปิดเมือง ปิดประเทศรวมไปถึงการใช้มาตรการเว้นระยะห่างทางสังคมที่เข้มงวดและครอบคลุมมากขึ้น ในส่วนของประเทศไทยทางกระทรวงสาธารณะสุขก็ประกาศใช้มาตรการเว้นระยะห่างทางสังคม เพื่อป้องกันไม่ให้ไวรัสขยายวงกว้างในสังคมไทย บ้านกล้วยจึงได้รวบรวม 5 วิธีเว้นระยะห่างทางสังคมให้ทุกคนได้ศึกษาและปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด ดังนี้

5 วิธีการเว้นระยะห่างทางสังคม (Social Distancing)

1.การเว้นระยะห่างระหว่างตัวเรา ควรรักษาความห่างอยู่ที่อย่างน้อย 1 เมตร เพราะไวรัสนั้นสามารถติดต่อได้ผ่านละอองขนาดเล็กที่มาจากการไอหรือจามได้ ซึ่งถ้าหากอยู่ใกล้ชิดกันเกินไปเราก็อาจจะสูดเอาไวรัสเข้าร่างกายได้

2.การ Work From Home หรือการทำงานที่บ้านก็เป็นอีกวิธีที่ช่วยลดความเสี่ยงในการติดเชื้อและการแพร่เชื้อ พนักงานบางกลุ่มนั้นไม่อาจหลีกเลี่ยงการเดินทางโดยขนส่งสาธารณะที่มีความแออัดในช่วงชั่วโมงเร่งด่วนได้ ซึ่งเป็นที่ที่มีโอกาสสูงในการติดเชื้อ

3.เปลี่ยนการเรียนการสอนหรือการทำงานเป็นแบบออนไลน์ เพื่อป้องกันการระบาดภายในมหาลัยและห้องเรียน ปัจจุบันก็มีแพลตฟอร์มที่รองรับการเรียนแบบระยะไกล เช่น Microsoft Teams, Google Hangout และ Meet

4.หลีกเลี่ยงการสัมผัสทางกายภาพ เพราะอาจเป็นการนำเชื้อมาสู่ตัวเอง หรือในขณะเดียวกันก็เป็นการแพร่เชื้อไปสู่ผู้อื่นได้เช่นกัน

5.หลีกเลี่ยงการเดินทางออกนอกบ้าน หรือการใช้ขนส่ง เพราะการที่เราออกไปนอกบ้าน ใช้ขนส่งสาธารณะที่มีความหนาแน่น ในบางครั้งเราก็ไม่สามารถหลีกเลี่ยงการใช้ราวจับ เช่น รถเมล์ หรือรถไฟฟ้า เราไม่สามารถรู้ได้เลยว่าตรงไหนมีเชื้อไวรัสอยู่บ้าง ดังนั้นการหลีกเลี่ยงการออกจากบ้านก็อาจจะเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการป้องกันตัวเองในขณะนี้

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบ

Writer & Graphic

อนงค์นุช อุ่นโสดา
นักศึกษาสาขาวารสารศาสตร์ดิจิทัล คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ