คำเตือน : เมื่อใดก็ตามที่คุณเริ่มอ่านหนังสือเล่มนี้ คุณจะเกิดความสงสัยว่าทำไมคน ๆ หนึ่งถึงมีเอนเนอจีในการเล่นมุกและตบมุกเองอยู่คนเดียวได้มากมายขนาดนั้น แต่เมื่อไหร่ก็ตามที่คุณอ่านหนังสือเล่มนี้จบลง คุณจะเกิดความสงสัยขึ้นภายในใจว่าทำไมหนังสือเล่มนี้มันช่างอ้างว้างเสียเหลือเกิน

โอ๊ะ โอ๊ย โอ้ โอ๋ย คิดถึงโมร็อกโก โมร็อกโกนั้นโก้จริง ๆ (ขอให้อ่านเป็นจังหวะสามช่าเพื่อให้เกียรติเจ้าของหนังสือ)

“GO GO MOROCCO โมร็อกโกนั้นโก้จริง ๆ” บันทึกการเดินทางที่รวบรวมประสบการณ์เบื้องหลังกองถ่ายจากรายการสารคดี ‘พื้นที่ชีวิต’ ทางช่อง Thai PBS เป็นผลงานจากปลายปากกาของพิธีกรหนุ่มผู้มีอารมณ์ขันอย่าง พี่บีเบนซ์-พงศธร ธิติศรัณย์ กับหนังสือที่มีชื่อเรียกตามทำนองเพลงสาวบางโพ ที่ใครหลายคนคุ้นหูและอาจเคยได้ยินจากลำโพงที่ตั้งเรียงรายในช่วงเทศกาลวันหยุดยาว

พี่บีเบนซ์ เป็นอีกหนึ่งพิธีกรมากความสามารถทั้งในจอและนอกจอผู้อุทิศวันเวลาเพื่องาน การทำน้ำหมัก และยังมีผลงานให้ชวนติดตามหลากหลายช่องทาง ไม่ว่าจะเป็นผู้ดำเนินรายการสารคดีพื้นที่ชีวิต, ผู้ดำเนินรายการสะเทือนไทยทางช่อง Thai PBS, เดี่ยวไมโครโฟน, เล่าอะไรไม่เล่าในพ็อดคาสท์, พิธีกรงานอีเวนต์และบทบาทสำคัญอย่างการเป็นนักเขียนหนังสือ

“GO GO MOROCCO โมร็อกโกนั้นโก้จริง ๆ” เป็นอีกหนึ่งผลงานชิ้นโบว์แดงที่มาในรูปแบบของสื่อสิ่งพิมพ์ที่จับต้องได้ จากสำนักพิมพ์แซลมอนที่อัดแน่นไปด้วยเรื่องราวในต่างแดนที่พบเจอกว่าสี่สิบบท หลายคนคงสงสัยว่าโมร็อกโกนั้นอยู่ที่ไหน ประเทศโมร็อกโกนั้นตั้งอยู่ที่ทวีปแอฟริกาเหนือ อบอวลไปด้วยเสน่ห์ของเมืองแห่งทะเลทรายสีส้ม และท้องฟ้ากว้างสีเข้มที่สวยเกินจินตนาการ

บ้านกล้วย ขออาสาพาท่านผู้อ่านไปรู้จักกับพี่บีเบนซ์ผ่านตัวหนังสือสีดำกับมุมมองอีกด้านของโมร็อกโก ดินแดนแห่งทะเลทรายซาฮารากับหนังสือที่มีมากกว่าการเล่นมุกและการนั่งผวนคำ

พี่บีเบนซ์เล่าผ่านตัวหนังสือด้วยภาษาเหมือนเพื่อนนั่งเมาท์ให้เราฟัง ตั้งแต่การนอนไม่หลับก่อนวันเดินทางที่ต้องใช้เวลาบินถึง 14 ชั่วโมง ด้วยการเริ่มขึ้นเครื่องที่ประเทศไทยและเปลี่ยนเครื่องอีกครั้งที่สนามบินโดฮา ประเทศกาตาร์เพื่อบินไปยังโมร็อกโก

พิธีกรหนุ่มตั้งใจเอาไว้แน่วแน่ว่าจะต้องนั่งชมท้องฟ้าและกลุ่มเมฆจนกว่าเครื่องจะลงจอดที่โมร็อกโก กับ Mission ที่ว่า ‘เที่ยวเก้าประเทศในเจ็ดชั่วโมง’

ในระหว่างการบินจากประเทศกาตาร์ไปสู่โมร็อกโกนั้น เป็นเรื่องปกติที่ต้องมีบริการอาหารให้ลูกเรือรับประทานบนเครื่องเพื่อดับความหิวกระหาย ‘Baileys original lrish cream’ เป็นเมนูเครื่องดื่มที่พิธีกรหนุ่มเลือกมาทานเคียงคู่กับอาหารคาว และเป็นเมนูเครื่องดื่มเดียวที่ต้อนรับการไปเยือน ‘เมาร็อกโก’ อ่านไม่ผิดหรอก เพราะเมื่อยกกระดกและเทน้ำสีขาวให้ไหลลงลำคอแล้วนั้น ประสาทสัมผัสในช่องปากก็เริ่มการทำงานและประมวลผลในสมองว่า นี่มันเหล้าใช่ไหม! หลังจากนั้นไม่นานพิธีกรหนุ่มเริ่มเข้าสู่สภาวะทิ้งตัวและพลอยหลับไปกับแพลนเที่ยวเก้าประเทศในเจ็ดชั่วโมงที่ถูกพับเก็บไว้ เพราะไม่อาจฝืนเมาร็อกโกได้

ด้วยเมืองที่ใช้ในการถ่ายทำรายการสารคดีพื้นที่ชีวิต มีทั้งหมดสามเมืองด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นมาราเกซ (Marrakesh), เอสเซาอิรา (Essaouira) และมามิด (Mhamid) ล้วนเป็นเมืองที่คงกลิ่นอายการเป็นโมร็อกโกอย่างแท้จริง หากใครสนใจอยากรู้ความเป็นมาของเมืองดังกล่าวสามารถติดตามเรื่องราวของทั้งสามเมืองได้ทางช่อง YouTube พื้นที่ชีวิต : ตะลุยซาฮารา และพื้นที่ชีวิต : ดนตรีกันนวา แผลใจที่ไม่อาจเลือน

ท่านผู้อ่านก็จะได้พบกับเรื่องเล่าจากทั้งสามเมือง จากชายหนุ่มคนเดิมในแบบฉบับที่ฟังก์ชันครบทั้งภาพและเสียง

เมื่อหน้าที่การเป็นพิธีกรรายการสารคดีพื้นที่ชีวิตสิ้นสุดลง พี่บีเบนซ์ตัดสินใจที่จะโบกมือลาทีมงานและตั้งใจท่องเที่ยวที่ประเทศโมร็อกโกต่อเพียงคนเดียวเป็นเวลาเก้าวันกับสี่เมือง อย่าง เฟส (Fes), เมกเนส (Meknes), เมืองหลวงในปัจจุบันอย่างราบัต (Rabat) และเมืองสีฟ้าเชฟชาอูน (Chefchaouen)

ผู้อ่านคาดหวังว่าบทที่ดำเนินเรื่องมาเกินครึ่งค่อนของหนังสือจะถูกยิงมุกจากพิธีกรหนุ่มจนจบเล่มเฉกเช่นเคย การผจญภัยในต่างแดนครั้งนี้ดูมีท่าทีว่าจะยังคงสนุกสนานเหมือนช่วงสัปดาห์แรก ๆ ที่ถ่ายทำรายการกับทีมงานพื้นที่ชีวิต แต่แล้วพี่บีเบนซ์กลับสร้างความประหลาดใจและทิ้งร่องรอยความเหงาเอาไว้ในห้วงความรู้สึกของผู้อ่าน

เพราะหนังสือที่ดูเหมือนว่า การเปิดอ่านบทนำจะคล้ายการมานั่งชมตลกคาเฟ่ปานใดก็ตาม แต่ตอนนี้กลับกลายเป็นการเดินทางที่แสนเงียบเหงาและทิ้งความอ้างว้างลอยฟุ้งในหน้ากระดาษ ไม่มีแม้กระทั่งการเล่าเรื่องราวของสี่วันก่อนการบินกลับประเทศไทย

พี่บีเบนซ์ไม่ได้พูดถึงสี่วันที่เหลือในโมร็อกโกอีกเลย…และเขียนทิ้งท้ายหนังสือเอาไว้แค่เพียงว่า

“เพื่อนผมคนหนึ่งเคยบอกว่า คนทุกคนเกิดมาเพื่อเล่าเรื่องให้ใครสักคนฟัง…ถ้าเราเกิดมาเพื่อเล่าเรื่องให้ใครสักคนฟังจริง ๆ ผมก็คงเล่าออกไปหมดแล้ว ว่าโมร็อกโกของผมนั้นโก้แค่ไหน ผมก็คงเล่าออกไปหมดแล้วว่า โมร็อกโกนั้นโก้จริง ๆ

หากนั้นเป็นโมร็อกโกฉบับพี่บีเบนซ์ที่โก้จริง ๆ เหมือนที่นิยามเอาไว้ในหน้าปก หนังสือโมร็อกโกเล่มนี้ นอกจากจะทำให้เราเห็นอาชีพแปลก ๆ อย่างการรับจ้างหาทางออกของคนที่โมร็อกโกแล้ว

หนังสือเล่มนี้ยังทำให้เราเห็นความกลัวที่แล่นเข้ามาทักทายพิธีกรหนุ่ม ความโกรธที่ปะทุอยู่ในอกกับเรื่องที่พบเจอ ความหดหู่กับสิ่งที่จ้องมองหลังบานกระจกใส และความอ้างว้างของการพบเจอเรื่องราวจากการเดินทางคนเดียวที่กัดกินในหัวใจ ที่เหลือทิ้งเอาไว้เพียงความเงียบงัน

เมื่ออ่านหนังสือเล่มนี้จบลง เราตอบไม่ได้ว่าพิธีกรหนุ่มสนุกกับการเดินทางในประเทศโมร็อกโกครั้งนี้มากน้อยเพียงใด เราตอบไม่ได้ว่าบันทึกการเดินทางที่ทิ้งคำถามเอาไว้ในหน้าปกของหนังสือ ที่ไม่รู้ว่าเดินทางไปเพื่ออะไรจะเฉลยคำตอบของคำถามนี้ให้กับเขาบ้างหรือยัง

และเราตอบไม่ได้ว่าโมร็อกโกของเขานั้น มันโก้จริง ๆ มั้ย แต่หนังสือเล่มนี้บอกเราในฐานะผู้อ่านว่า โมร็อกโกที่ว่าโก้ของพี่บีเบนซ์ เป็นโมร็อกโกที่เหงาเสียจริงในใจผู้อ่าน

‘เพราะสุดท้ายแล้ว โมร็อกโกของเรา อาจไม่เท่ากัน’

บีเบนซ์-พงศธร ธิติศรัณย์ ผู้เขียนหนังสือ GO GO MOROCCO โมร็อกโกนั้นโก้จริง ๆ

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบ

พี่บีเบนซ์ หรือ คุณพงศธร ธิติศรัณย์

Writer & Photographer

วรัญญา ผิวงาม
เช้าวันพุธของฤดูร้อนในเดือนเมษายน - หลงใหลในบทกวีรัก วาดฝันการมีร้านขายโปสการ์ดริมลำธารหลังบ้านและปรารถนาการกินกาแฟในทุกเช้า