คุณรู้จักอะไรบ้างเกี่ยวกับ “ประเทศตุรกี” เราจะพาไปทำความรู้จักกับ 3 สุดยอดซีรีส์จากประเทศตุรกี ที่ถ่ายทอดประวัติศาสตร์ วัฒนธรรมอันเป็นเอกลักษณ์ได้อย่างน่าประทับใจ และสร้างฐานแฟนคลับชาวมุสลิมได้ไม่น้อย

ถ้าถามว่าเสน่ห์ของซีรีส์ตุรกีคืออะไร คำตอบสำหรับผมคือ ความรัก ความเลื่อมใส ศรัทธาในศาสนาอิสลามของพวกเขา ทุกคนรู้ว่าตุรกีเป็นประเทศที่อยู่กึ่งกลางระหว่างยุโรปกับเอเชีย หน้าตา รูปร่าง และผิวพรรณของประชากรจึงมีเอกลักษณ์ผสมกันระหว่างเชื้อชาติ อาหรับ เอเชีย และยุโรป

มองจากภายนอกพวกเขาอาจดูเหมือนไม่ใช่คนที่เคร่งศาสนาอะไร เช่น สามารถเลี้ยงสุนัขก็ได้ ตุรกีดูออกจะเป็นประเทศทางฝั่งยุโรปมากกว่าเอเชียเสียด้วยซ้ำ แต่พอได้มารู้จัก ได้มาอ่านและดูละครซีรีส์ของพวกเขา มุมมองที่มีต่อประเทศนี้จะเปลี่ยนไปทันที

Dirilis Ertugrul คืนชีพคืนแผ่นดิน

ซีรีส์เรื่องแรกมีชื่อว่า คืนชีพคืนแผ่นดิน (Dirilis Ertugrul) นั้นโด่งดังมากในประเทศตุรกี และยังได้รับความนิยมในหมู่ประชากรมุสลิมทั่วโลกอีกด้วย ซีรีส์เล่าเรื่องราวของบรรพบุรษชาวเติร์ก บรรพชนของราชวงศ์ ‘อ๊อตโตมัน’ ที่ได้อพยพ หนีออกมาจากถิ่นฐานเดิมในแถบเอเชียกลาง เนื่องจากการรุกรานของชาว ‘มองโกล’ ที่กำลังบุกยึดตีเมืองทั่วทั้งทวีปยุโรป และเอเชีย ภายใต้การนำของ ‘เจงกิสข่าน’ และลูกหลานของเขาที่ออกอาละวาด และทำลายทุกอย่างที่ขวางหน้าหากฝ่ายศัตรูไม่ยอมจำนน

‘เผ่าคายิ’ ได้ออกจากบ้านเกิด ลี้ภัย เดินทางไกลจนมาถึงคาบสมุทรอนาโตเลีย หรือที่เรียกว่า ‘เอเชียน้อย’ พื้นที่นี้เป็นประเทศตุรกีในปัจจุบัน ในเวลานั้นเองมีรัฐสุลต่านแห่งราชวงศ์เซลจุคเติร์ก กำลังปกครองแผ่นดินส่วนใหญ่ในพื้นที่นั้น ส่วนดินแดนทางฝั่งตะวันตกจะเป็นพื้นที่ของ ‘จักรวรรดิไบแซนไทน์’ หรือชาวโรมัน

เผ่าคายิต้องการที่หลบภัย พวกเขาเลยเลือกที่จะขอดินแดนจาก ‘สุลต่านอาลัดดิน’ แลกกับงานเฝ้าพื้นที่ชายแดนที่ติดอยู่กับฝั่งชาวโรมัน ที่มักกระทบกระทั่งกันเป็นประจำ และช่วยเป็นเมืองหน้าด่านปกป้องรักษาผลประโยชน์ของสุลต่านแห่งเซลจุค ในซีรีส์ ‘แอร์ทูรูล’ เราจะได้เห็นถึงความเป็นอยู่ของคนสมัยยุคกลาง มีทั้งวัฒนธรรมแปลก ๆ ความสวยงามของดินแดน ของการอยู่แบบชนเผ่าที่เป็นครอบครัว มีกระโจมเป็นชายคาให้พักอาศัย

แต่ในขณะเดียวกันเราจะสัมผัสได้ถึงความสนุก อึดอัด ดราม่า ที่ถ่ายทอดผ่านความโลภ โกรธ หลง ความกระหายอำนาจ ไร้ศีลธรรม ของกลุ่มคนต้องการทำสิ่งชั่วร้ายตลอดเวลา เพื่อที่จะได้เป็นผู้นำ แะหาผลประโยชน์เพื่อพวกพ้องตัวเองตามธรรมชาติอันดำมืดของมนุษย์ อีกทั้งยังมีการยุยงให้คนในเผ่าต้องแตกแยกผิดใจ ถือว่าเป็นบททดสอบของตัวละครที่จะต้อง ฟันฝ่าอุปสรรค และเอาตัวรอด มีการพัฒนาการของตัวละครในทางที่ดีและร้ายตลอดเวลา

‘สิบปากว่าไม่เท่าตาเห็น’ แนะนำว่าต้องลองไปรับชมด้วยตัวเอง เพราะซีรีส์เรื่องนี้ถือเป็นหนึ่งในเรื่องที่ติดอันดับผู้ชมสูงสุดในประเทศมุสลิม และหลายประเทศในยุโรป สามารถติดตามดูได้ในเน็ตฟลิกซ์ (NETFLIX) มีครบทุกตอน แบ่งเวลาในการรับชมให้ดีเพราะการห้ามใจไม่ให้ดูต่ออีกหนึ่งตอนถือว่าเป็นเรื่องลำบากใจมาก

Magnificent Century ศตวรรตที่ยอดเยี่ยม

สำหรับเรื่องที่สองที่มาแนะนำคือเรื่อง ศตวรรตที่ยอดเยี่ยม (Magnificent Century) เรื่องนี้ถือเป็นเรื่องที่สุดยอดมากในเรื่องของการแสดง เป็นเรื่องที่ทุกตัวละครตีบทแตกกันทุกคน เสื้อผ้าหน้าผม โปรดักชั่นจัดว่ายอดเยี่ยม

เนื้อเรื่องจะเป็นการย้อนยุคไปในศตวรรตที่ 16 ปีค.ศ.1520 เป็นช่วงที่ ‘สุลต่านซูไลมาน ผู้เกรียงไกร’ กำลังนั่งบนบัลลังก์ของ ’จักรวรรดิอ๊อตโตมัน’ นับได้ว่าเป็นช่วงรุ่งโรจน์ที่สุดเลยก็ว่าได้สำหรับอาณาจักรของพวกเขา เพราะอ๊อตโตมันกำลังอยู่ในช่วงของการขยายอาณาเขต พิชิตดินแดนต่าง ๆ อาณาจักรของพวกเขาใหญ่ และครอบคลุมไปถึงจนถึงสามทวีป ทั้งยุโรป เอเชีย และแอฟริกา

การค้าของพวกเขาเป็นจุดศูนย์รวมของพ่อค้าทั่วโลก เป็นยุคทองสำหรับชาวเติร์กในการปกครองดินแดนอันมหาศาล เรียกได้ว่าเป็นศูนย์กลางของโลกในยุคนั้นก็ไม่ผิด เราจะได้เห็นถึงการแย่งชิงบัลลังก์เหมือนฉายภาพประวัติศาสตร์ที่เคยเกิดขึ้นจริงว่าทายาทคนไหนจะเป็นผู้สืบทอดบัลลังก์ต่อจากบิดาของพวกเขา มีเรื่องเกี่ยวกับบรรดาสนมของ ‘สุลต่านซูไลมาน’ ที่ต้องการจะชนะใจเพื่อมีบุตรกับพระองค์ โดยมีความหวังว่าตัวเองจะได้มีอนาคตและชีวิตที่ดี

เราจะได้เห็นถึงความสามารถในการปกครองของ ‘สุลต่านซูไลมาน’ ที่เต็มไปด้วยความเก่งกาจเกินวัย ความยอดเยี่ยมในการทหาร รวมถึงข่าวกรอง และความเด็ดขาด เป็นส่วนสำคัญที่ทำให้พระองค์เป็นผู้นำที่ยิ่งใหญ่ของประเทศอันเกรียงไกรนี้ ถึงแม้ว่าครั้งหนึ่งโป๊ปของชาวคริสเตียนนิกายโรมันคาทอลิคจะเคยดูถูกพระองค์ไว้ก็ตาม

นอกจากนี้ยังมีความครบรสของเรื่องราวดราม่า ที่ทำคนดูร้องไห้ และเสียน้ำตาได้ เพราะเราจะได้เห็นถึงความอยุติธรรมของตัวละครหลายตัวที่ต้องจบชีวิตตามรอยประวัติศาสตร์ที่บันทึกไว้ ทั้งการสังหารกันระหว่างคนในครอบครัว ทั้งลูกฆ่าพ่อ พ่อฆ่าลูก พี่ชายฆ่าน้องชาย และสุดท้าย แม่ที่ฆ่าลูกแท้ ๆ ของตัวเอง ทำให้เรื่อง ’ศตวรรตที่ยอดเยี่ยม’ กลายเป็นซีรีส์ที่ดีสุดเรื่องหนึ่ง และคุ้มค่าแก่การรับชมอย่างแน่นอน

Payitatah Abdulhamid จักรพรรดิคนสุดท้าย

เรื่องสุดท้ายที่ผมอยากจะมาแนะนำคือ จักรพรรดิคนสุดท้าย (Payitatah Abdulhamid) เรียกได้ว่าเป็นเรื่องราวเมื่อหนึ่งร้อยปีก่อน อยู่ในยุคใหม่ที่ต่างฝ่ายต่างล่าอาณานิคมกัน

’จักรพรรดิคนสุดท้าย’ เป็นเรื่องราวของ ‘สุลต่านอับดุลฮามิตที่สอง’ ได้ขึ้นครองราชย์หลังจากการโดนปลดจากบัลลังก์ของพี่ชาย ‘สุลต่านมูรัดที่ห้า’ เพราะปัญหาอาการทางจิต เรื่องราวจะเกิดขึ้นในช่วงเวลา 13 ปีสุดท้ายในการครองราชย์ของสุลต่านอับดุลฮามิตที่ได้ชื่อว่าเป็น ‘คาหลิบ’ ตำแหน่งประมุข หรือตัวแทนของท่านศาสดามูฮัมหมัด ที่สืบทอดมากันนับพันปี สุลต่านอับดุลฮามิตได้ชื่อว่าเป็นผู้นำที่ยิ่งใหญ่ของชนชาติอิสลามคนสุดท้ายของโลก

สุลต่านอับดุลฮามิตต้องต่อสู้กับชาวตะวันตกหลายประเทศ ทั้งอังกฤษ ฝรั่งเศส รัสเซีย และกรีซ ที่ต้องการมาแสวงหาผลประโยชน์จากชาวเติร์กในช่วงการปรับตัวให้เข้ากับโลกสมัยใหม่ ทั้งยังมีสมาคมลับ ‘องค์กรฟรีเมสัน’ ของสหรัฐอเมริกา ที่คอยบ่อนทำลาย และแทรกซึมคนในตำแหน่งสำคัญของรัฐบาล ซ้ำร้ายยังมีกลุ่มชาวเติร์กเองที่ต้องการที่จะโค่นบัลลังก์ของสุลต่านอับดุลฮามิตและแต่งตั้งให้น้องชายของพระองค์คนที่อ่อนแอกว่าขึ้นปกครองแทนในฐานะหุ่นเชิด โดยมีชาวคริสเตียนให้การสนับสนุนทั้งกำลังคน และกำลังทรัพย์ รวมถึงมีการลอบสังหารสุลต่านหลายครั้งตามประวัติศาสตร์ที่เกิดขึ้นจริง แต่พระองค์สามารถเอาชีวิตรอดได้ทุกครั้ง เนื่องด้วยความชาญฉลาดของพระองค์เอง

ณ ตอนนั้นจักรวรรดิ อ๊อตโตมันถือว่าอยู่ใน่ชวงขาลงและจำเป็นต้องดิ้นรนปรับตัวตามโลกยุคใหม่ พระเจ้าซาร์ ‘อเล็กซานเดอร์ที่สาม’ แห่งจักรวรรดิรัสเซีย ได้เรียกพวกเขาว่า ‘คนป่วยแห่งยุโรป’ เพราะเศรษฐกิจไม่ดี ลัทธิชาตินิยมกำลังขึ้นมามีบทบาท และความต้องการประกาศอิสรภาพจากชาวเติร์กกำลังแผ่ขยายไปทั่วสารทิศ ทำให้การลุกฮือของประชาชนที่ไม่ใช่มุสลิมทั้ง ชาวเซอร์เบีย บัลเกเรีย โรมาเนีย บอสเนีย อาเมเนีย กรีก อัลแบเนีย

สุลต่านเองต่างต้องพยายามปกครองประเทศ เอาตัวรอดจากทั้งปัญหาภายในและภายนอก โดยเฉพาะคนในที่จ้องจะทรยศและหาโอกาสกำจัดสุลต่านจากการร่วมมือกับมหาอำนาจของประเทศคริสเตียน

ความสนุกของซีรีส์เรื่องนี้คือการที่ได้เห็นถึงขั้นตอนการสืบสวนเรื่องราวตลอดเวลา เช่นการติดต่อผ่านโทรเลขในสมัยนั้นเพื่อที่จะเอาชนะฝั่งตรงข้ามด้วยข่าวกรอง เป็นสงครามที่ใช้สมองมากกว่ากำลังทหาร และชั้นเชิงของเกมการเมืองที่พระองค์ต้องต่อกรกับผู้นำจากประเทศอื่นในยุโรปเพียงลำพัง

สุลต่านอับดุลฮามิตที่สองนับได้ว่าเป็นผู้นำมุสลิมผู้ยิ่งใหญ่คนสุดท้ายของโลกเลยก็ว่าได้ ถึงขนาดที่ ‘อ๊อตโต้ วอน บิสมาร์ค’ อดีตอัครเสนบาดีของ ‘จักรวรรดิ เยอรมัน’ เคยพูดไว้ว่า “อับดุลฮามิต เป็นคนที่รู้ถึงข่าวกรองความลับในยุโรปถึง 90 เปอร์เซนต์ ของทั้งหมด ส่วนผมรู้แค่ 5 เปอร์เซนต์ และอีก 5 เปอร์เซนต์ คือผู้นำคนอื่น ๆ ของประเทศในยุโรป”

แนะนำเลยว่าห้ามพลาดสำหรับคอซีรีส์สืบสวนสอบสวนที่เกี่ยวข้องกับการเมือง

ท้ายที่สุดแล้ววงการทีวีซีรีส์ของตุรกี คงไม่หยุดอยู่เท่านี้ ด้วยฐานคนดูแฟนซีรีส์ที่เพิ่มขึ้นตลอดเวลา และยังสามารถพัฒนาได้อีกจากการที่พวกเขาโปรโมทประเทศของตัวเองผ่านทางสื่อบันเทิง สามารถต่อยอดไปได้อีกไกล

สุดท้ายนี้ผมขอให้ทุกคนลองเปิดใจกันดู ลองชิมรสชาติที่ไม่คุ้นเคยบ้าง แล้วจะได้มุมมองใหม่ที่จะทำให้ชีวิตดีขึ้นอย่างแน่นอน ดูแล้วคุณจะคิดไม่ถึงเลยว่า ‘เราไปอยู่ที่ไหนมาถึงไม่เคยดู’ คอนเฟิร์ม!

ผลงานเขียนชิ้นนี้เป็นส่วนหนึ่งของรายวิชา CJR411,JR413 Newspaper Workshop, JR414 Magazine Workshop ภาคการศึกษาที่ 2/2563 คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ อาจารย์ที่ปรึกษา ผศ.ณรงค์ศักดิ์ ศรีทานันท์

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบ

Writer

อาดิล เจ๊ะอุเซ็ง
คติประจำใจ "ถ้าคุมอดีตได้ก็จะคุมอนาคตได้ ถ้าคุมปัจจุบันได้ก็จะคุมอดีตได้” - George Orwell