การกินอยู่หรือเรื่องปากท้องเป็นเรื่องใหญ่ไม่ว่าจะประเทศใดในโลก คำว่า ‘กองทัพต้องเดินด้วยท้อง’ ยังคงเป็นประโยคที่เป็นจริงในทุกยุคทุกสมัย ลองสังเกตว่าอาหารที่เราได้รับประทานอยู่ตรงหน้าผ่านกระบวนการผลิต มีองค์ประกอบหรือวัตถุดิบอะไรบ้างประกอบรวมกัน ผัก ผลไม้ ธัญพืชต่าง ๆ เดินทางมาจากที่ใดของโลก เพราะฉะนั้นภาคการเกษตรจึงเป็นองค์ประกอบสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศ ประเทศที่สามารถผลิตอาหารเลี้ยงผู้คนของตนเองได้ย่อมเป็นประเทศที่ได้เปรียบ หากพูดถึงเรื่อง ‘การทำเกษตร’ ยุคนี้เรามี ‘เทคโนโลยี’ ที่คิดค้นเพื่อทำให้การทำเกษตรไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป

ระบบของเทคโนโลยีที่ทำให้การทำเกษตรเป็นเรื่องง่ายและอยู่บนพื้นฐานของการมีข้อมูล ความรู้ เราเรียกกันว่า ‘Smart Farming’ การมีระบบ Smart Farming ซึ่งเป็นระบบช่วยรวบรวมข้อมูล บันทึก และวิเคราะห์ รายละเอียดที่สำคัญสำหรับการเพาะปลูก การทำปศุสัตว์ ตรวจสอบสภาพดินฟ้าอากาศ อุณหภูมิ ไปจนถึงให้ความรู้ด้านการเกษตรแก่เกษตรกร เป็นระบบที่หลายประเทศนำไปประยุกต์ใช้

สำหรับประเทศไทยการทำการเกษตรมีเทคโนโลยีเข้ามาช่วยเช่นเดียวกัน โดยมีทั้งความรู้จากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ของภาครัฐ ที่ให้ข้อมูล ความรู้ และมีงานวิจัยที่เป็นส่วนสำคัญในการพัฒนาองค์ความรู้ด้านการเกษตร อีกทั้งยังมีเกษตรกรรุ่นใหม่ที่เข้ามารับช่วงต่อการทำงานจากคนรุ่นพ่อแม่ ทำให้พวกเขาสนใจนำเทคโนโลยีมาช่วยสร้างสรรค์การเกษตรให้ได้ผลผลิตที่ดี

ตัวอย่างของประเทศที่ใช้เทคโนโลยีมาช่วยในการเกษตรได้ดีคือประเทศญี่ปุ่น รัฐบาลญี่ปุ่นได้ให้ความสำคัญกับภาคการเกษตร โดยได้มีการกำหนดแนวทางการพัฒนาเกษตรกรรมของญี่ปุ่น เพื่อแก้ไขปัญหาการผลิตภาคเกษตรลดลง ประชากรแรงงานในภาคการเกษตรลดลง และการขาดผู้สืบทอดของเกษตรกร เพราะฉะนั้นเทคโนโลยีจึงเป็นเครื่องมือสำคัญในการพัฒนาการเกษตรยุคใหม่ให้สามารถอยู่รอดได้

การเกษตรเป็นภาคส่วนสำคัญของสังคม จากยุคที่เรามี ‘การปฏิวัติอุตสาหกรรม (Industrial Revolution)’ เป็นการเปลี่ยนแปลงจากยุคเกษตรกรรมมาสู่อุตสาหกรรม การเข้าสู่ยุคอุตสาหกรรมทำให้มนุษย์มีเครื่องจักรที่สามารถผลิตสิ่งของได้อย่างรวดเร็ว ในยุคอดีตเราใช้พลังงานจากถ่านหิน เปลี่ยนมาเป็นไฟฟ้า และเมื่อโลกของเรามีคอมพิวเตอร์ ไปจนถึงมีอินเทอร์เน็ตที่เชื่อมโยงโลกทั้งใบไว้ด้วยกัน เทคโนโลยีพัฒนาอย่างต่อเนื่อง

จนกระทั่งในยุคดิจิทัลนี้ เราเริ่มหันกลับมาให้ความสำคัญกับธรรมชาติ ดูแลธรรมชาติ เพื่อลดปัญหาสิ่งแวดล้อม พยายามใช้เทคโนโลยีในการสร้างสรรค์นวัตกรรม เพื่อรักษาธรรมชาติ พัฒนาสภาพแวดล้อมให้ดีขึ้น การทำเกษตรกรรมในยุคดิจิทัล มนุษย์จึงใช้เทคโลยีหรือ AI เข้ามาช่วยทำการผลิตภาคการเกษตร

ด้านการเกษตรที่เรากำลังกล่าวถึง จะอธิบายเชื่อมโยงกับเทคโนโลยี เช่น ปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI ได้เข้ามามีบทบาทตั้งแต่เรื่องการเตรียมการเพาะปลูก ลงมือเพาะปลูกหรือผลิต และไปจนถึงกระบวนการเก็บเกี่ยวผลผลิต เรามาลงรายละเอียดกันสักเล็กน้อยว่าเทคโนโลยีมีบทบาทต่อการเกษตรอย่างไรบ้าง

เตรียมการก่อนเพาะปลูก

เทคโนโลยีช่วยเกษตรกรเรื่องการศึกษาค้นคว้าหาข้อมูล (Big Data) รวบรวมข้อมูลที่ผ่านมาว่าเกษตรกรพบปัญหาอะไร ทำให้การจัดเก็บข้อมูลเป็นระบบ และใช้ข้อมูลมาวิเคราะห์เพื่อทำให้ทำเกษตรได้ผลมากยิ่งขึ้น

ตัวอย่างในประเทศสหรัฐอเมริกา การปลูกพืชให้ได้ผลดีต้องมีช่วงเวลาที่เหมาะสม องค์กรที่ศึกษาวิจัยด้านการเกษตรร่วมมือกับ Microsoft จึงได้คิดค้น AI Sowing App หรือแอพพลิเคชันสำหรับให้คำแนะนำการเพาะปลูก แจ้งเตือนการเพาะปลูก บอกวันเวลาที่เหมาะสม เพื่อให้เกษตรกรลงทุนได้อย่างคุ้มค่า และมีผลผลิตทางการเกษตรที่ดีที่สุด เพราะข้อมูลที่รวบรวมได้จะช่วยในการวิเคราะห์การเพาะปลูกให้ได้ผลมากยิ่งขึ้น อีกทั้งการมีเครื่องจักรช่วยเพาะต้นกล้าก็มีความสำคัญที่ช่วยให้การปลูกต้นกล้าที่ละเอียดอ่อนได้รับการดูแลเป็นพิเศษ

ระหว่างการเพาะปลูก

การลงมือทำการเกษตรมีเทคโนโลยีช่วยมากมายในการเพาะต้นกล้า มีเครื่องจักรทั้งขนาดเล็ก ขนาดใหญ่ และแรงงานคนที่เรารับรู้กันดี คอยดูแล รดน้ำ ใส่ปุ๋ย นวัตกรรมที่เราอยากกล่าวถึงคือ ‘โดรนลอยฟ้า’ ที่ช่วยพัฒนาเกษตรกรรม เพราะการทำเกษตรหรือการทำไร่ทำสวน เกษตรกรต้องเผชิญกับพื้นที่อันกว้างใหญ่ คาดการณ์สภาพภูมิอากาศและสภาพแวดล้อม

การมีเครื่องมือทางเทคโนโลยีที่ช่วยเก็บข้อมูลทางการเกษตรทำให้ได้ผลผลิตต่อไร่ที่เพิ่มขึ้น โดรนสามารถบินสำรวจทั่วไร่หรือทั่วฟาร์มเพาะปลูกได้อย่างรวดเร็ว สำรวจสภาพพื้นที่ ตรวจสอบอุณหภูมิ คอยรายงานความเคลื่อนไหว หากถูกศัตรูพืชโจมตี ช่วยเก็บข้อมูลเพื่อมาพัฒนาการเพาะปลูก และวางแผนการผลิต

ตัวอย่าง ฟาร์มสตอเบอรี่ในฟลอริดา สหรัฐอเมริกา ใช้ปัญญาประดิษฐ์ช่วยในการเก็บผลผลิต ควบคุมโรค รวมถึงทำบรรจุผลผลิตที่ได้จากไร่ อินเดียก็เช่นเดียวกัน เทคโนโลยีช่วยในการประเมินสภาพดิน วิเคราะห์การเติบโตของพืชที่ปลูก โดรนลอยฟ้าจึงเป็นอีกเครื่องมือหนึ่งที่ช่วยในเก็บข้อมูลมาวิเคราะห์เพื่อให้การทำเกษตรกรรมได้ผลมากยิ่งขึ้น

การเก็บเกี่ยวผลผลิต

ช่วงเวลาที่เหมาะสมในการเก็บเกี่ยวผลผลิตเป็นช่วงเวลาแห่งความสุขที่เกษตรกรจะได้ชื่นชมผลผลิตของตนเอง พืช ผัก ผลไม้ บางประเภทยังใช้แรงงานคนในการเก็บเกี่ยว แต่บางประเภทการมีเครื่องจักรหรือหุ่นยนต์ช่วยเก็บก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่ช่วยรักษาความสดของของผลผลิตได้เช่นกัน

เราขอแนะนำ หุ่นยนต์ปูในไร่ข้าวโพด จากที่เคยต้องใช้แรงงานคนมากมาย หรือใช้เครื่องมือขนาดใหญ่เพื่อทำไร่ข้าวโพด หุ่นยนต์ตัวเล็กอัจฉริยะนี้สามารถทำทุกอย่างได้อย่างน่ามหัศจรรย์ เช่น ตรวจสอบสภาพแวดล้อมให้เหมาะสม ช่วยปลูกต้นอ่อน ช่วยเก็บเกี่ยวพืชผลที่โตเต็มที่ เครื่องมือเล็ก ๆ ชิ้นนี้ช่วยมนุษย์ให้ทำงานได้ง่าย และรวดเร็วมากยิ่งขึ้น

หุ่นยนต์ลักษณะคล้ายปูในไร่ข้าวโพด
แขนกลช่วยเก็บผลมะเขือเทศจากไร่

จากข้อมูลข้างต้น จะเห็นได้ว่าเทคโนโลยีหรือ AI เข้ามามีบทบาทในทุกส่วนของการทำเกษตรกรรมที่เรียกว่า Smart Farming เทคโนโลยีจึงมีส่วนสำคัญที่จะพัฒนาอุตสาหกรรมการเกษตรให้เติบโต ผลิตอาหารเลี้ยงผู้คนได้อย่างต่อเนื่อง รวมถึงสินค้าทางการเกษตรเป็นสินค้าส่งออกสำคัญที่ทำรายได้ให้กับประเทศ อนาคตข้างหน้าเทคโนโลยีและหุ่นยนต์มีแนวโน้มที่จะมีบทบาทมากขึ้น ทดแทนแรงงานคน ช่วยในการวิจัยด้านการเกษตร และช่วยในการผลิตอาหารสำหรับมนุษย์

เมื่อมองย้อนกลับมาที่ประเทศไทย การเกษตรเป็นหัวใจสำคัญของประเทศ มนุษย์เรายังต้องการอาหารเพื่อหล่อเลี้ยงชีวิต จากนี้ไปให้ฝึกสังเกตพืชผักผลไม้ที่เรารับประทานตรงหน้า ลองคิดว่าก่อนที่พืชผลทางการเกษตรเหล่านี้ จะได้รับการแปรรูปให้กลายเป็นอาหาร ต้องผ่านกระบวนการผลิตอะไร ลงทุนลงแรง มีเทคโนโลยีอะไรช่วยในการผลิต เมื่อนั้นเราจะตระหนักได้ว่าทุกสิ่งทุกอย่างล้วนเชื่อมโยงส่งผลซึ่งกันและกัน

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบ

Writer

ปิยะภัทร ปัญญาสว่างเลิศ
บรรณาธิการโต๊ะเทคโนโลยี