‘เสื้อฟุตบอล’ คือส่วนหนึ่งของอุปกรณ์แข่งขันกีฬาฟุตบอลที่สำคัญต่อจากรองเท้าสตั๊ด ที่แสดงออกถึงเอกลักษณ์ของตนเองโดยประกอบไปด้วยตราสัญลักษณ์ สีชุดแข่งขัน ผู้สนับสนุนหลักที่ติดอยู่บริเวณตรงกลางหน้าอก จึงเป็นองค์ประกอบที่สมบูรณ์แบบของทีมฟุตบอลทั่วโลกพึงต้องมี

เสื้อฟุตบอลมีหน้าที่ใช้เป็นเสื้อแข่งขันของนักกีฬาแล้ว ยังเป็นจุดเด่นที่นำสู่สายตาของเหล่าบรรดาผู้รับชมการแข่งขัน หรือผู้ที่อยากมีเสื้อฟุตบอลไว้ครอบครองเป็นของตัวเอง เพราะความชอบส่วนตัวในการออกแบบของสโมสรที่รัก รวมถึงผู้ที่เล็งเห็นถึงการเป็นสิ่งที่มีค่าควรสะสมไว้เป็นความทรงจำ

บ้านกล้วย ขอพามาดูถึงวงการเสื้อฟุตบอลในประเทศไทย ที่มีการพัฒนาขึ้นมาอย่างก้าวกระโดดกับการออกแบบ และนำเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาปรับใช้ จนเป็นที่น่าจับตามองสำหรับผู้ที่หลงใหลในแฟชั่นการแต่งกาย

จากที่เป็นเพียงแค่เสื้อที่ใช้แข่งขัน สู่แฟชั่นการแต่งกายในชีวิตประจำวัน

‘ไทยลีก’ การแข่งขันฟุตบอลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประเทศไทยที่เปี่ยมไปด้วยความสนุก เร้าใจ และมีเสน่ห์เฉพาะตัว ซึ่งย้อนไปเมื่อฤดูกาล 2009 ถือว่าเป็นยุคที่ริเริ่มก่อร่างสร้างตัวความเป็นลีกฟุตบอลอาชีพอย่างแท้จริง ไม่ว่าจะเป็นสโมสรที่มาจากกลุ่มบริษัทองค์กร หรือสโมสรที่มาจากภูมิภาค แน่นอนว่าการสร้างระบบลีกฟุตบอลให้มีความเป็นมืออาชีพ ด้วยกระแสที่มาแรงสิ่งที่ตามมาคือในเรื่องของฐานแฟนบอลเริ่มเติบโตมากขึ้น จึงทำให้เป็นโอกาสที่ดีของแต่ละสโมสรเริ่มทำการตลาดของแต่ละสโมสร และนำพาไปสู่การริเริ่มทำตลาดของ ‘เสื้อฟุตบอล’

ฤดูกาลดังกล่าว ตลาดเสื้อฟุตบอลไทยเริ่มเป็นที่พูดถึงมากขึ้น เป็นที่สนใจของเหล่านักสะสม มีราคาที่จับต้องได้ ส่วนมากในยุคก่อนหน้านี้ยังเป็นเพียงแค่ชุดที่ทำออกมาเพียงแค่ใช้ทำการแข่งขันเท่านั้น ในด้านของการออกแบบจึงเน้นไปที่สี ลวดลายที่เรียบง่าย และหาซื้อได้ยาก จึงทำให้ชุดแข่งบางสโมสรหายาก บวกกับเป็นที่ต้องการของเหล่านักสะสม เนื่องจากสามารถสร้างมูลค่าที่สูงขึ้นได้

ขอขอบคุณภาพ Chonburi Football Club

ปัจจุบันเสื้อฟุตบอลไทย ได้นำมาใช้ใส่ร่วมกับเครื่องแต่งกายชนิดอื่น ๆ มากมายในไลฟ์สไตล์ชีวิตประจำวันทั่วไป และเริ่มเป็นที่พูดถึงในแฟชั่นสตรีทแวร์ ทำให้แต่ละแบรนด์กีฬาเริ่มหันมาให้ความสำคัญกับเสื้อฟุตบอลไทยมากขึ้น มีแบรนด์เสื้อกีฬาน้องใหม่ที่เข้ามาแข่งขันในตลาดมากขึ้น ด้วยการทำเสื้อออกมาให้สามารถใส่ได้ทั้งการเล่นกีฬา มีการออกแบบที่สวยงาม สวมใส่ได้ทุกสถานการณ์ และเติมเต็มการผลิตเสื้อด้วยเทคโนโลยีที่มีความใกล้เคียงกับแบรนด์กีฬาชั้นนำระดับโลกในราคาที่จับต้องได้ พร้อมกับคิดริเริ่มทำการตลาดเพื่อดึงดูดความน่าสนใจจากลูกค้า ด้วยการนำนักฟุตบอล หรือนายแบบมาถ่ายภาพแฟชั่น เพื่อสื่อให้เห็นถึงเสื้อฟุตบอลแต่ละตัวไม่จำเป็นต้องใส่ในสนามฟุตบอล หรือจุดรวมพลที่มีการรับชมการแข่งขันเพียงอย่างเดียวเท่านั้น

เอกลักษณ์ และวัฒนธรรม จุดเด่นที่นำประกอบการออกแบบ

การสร้างสรรค์แนวคิดเกี่ยวกับความเป็นเอกลักษณ์ของตัวเอง คือจุดเด่นที่แต่ละแบรนด์นำมาใช้ประกอบกับการออกแบบเสื้อแข่งขัน แต่ละสโมสรมีคอนเซ็ปต์การทำเสื้อ เช่น การนำรายละเอียดวัฒนธรรม หรือเอกลักษณ์เฉพาะตัวใส่ลงบนเสื้อแข่งขัน ไม่ว่าจะเป็นเอกลักษณ์ตัวตนประจำสโมสร เอกลักษณ์ประจำท้องถิ่นที่ตั้งของสโมสร อาทิ ชุดแข่งของสโมสร เชียงใหม่ เอฟซี ฤดูกาล 2019 คือ ชุดแข่งแห่งประวัติศาสตร์ของสโมสรที่ได้สิทธิ์แข่งขันบนลีกสูงสุดอย่าง ไทยลีก เป็นเสื้อแข่งที่เหล่านักสะสม และแฟนฟุตบอลไทยหมู่มากต่างอยากได้มาครอบครอง ด้วยการออกแบบที่มีความสวยงาม มีความโดดเด่นด้วยการใช้เอกลักษณ์ของจังหวัดเชียงใหม่

ขอขอบคุณภาพ VOLT

โดยชุดแข่งเหย้าสีแดง ออกแบบด้วยคอนเซ็ปต์ลายแผนที่ของจังหวัดเชียงใหม่ที่นำมาพิมพ์ลงบนเสื้อแข่งขัน ซึ่งเปรียบเสมือนดั่งสโมสรแห่งความภาคภูมิใจของชาวจังหวัดเชียงใหม่อย่างแท้จริง ในการเป็นตัวแทนหนึ่งเดียวของจังหวัดลงแข่งขันบนเวทีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของไทย

ตามด้วยชุดเยือนชุดที่สองมีความโดดเด่นอยู่ที่การออกแบบด้วยลวดลายกราฟิกที่ได้รับแรงบันดาลใจจากผ้าทอล้านนา และผ้าซิ่นตีนจกที่ขึ้นชื่อของอำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ ประดับลงบนชุดแข่งที่บริเวณคอเสื้อ แขนเสื้อ ด้านข้างลำตัวได้อย่างโดดเด่น และลงตัว เพื่อสื่อความหมายถึงถึงภูมิปัญญาท้องถิ่น และวัฒนธรรมของจังหวัดเชียงใหม่ ที่มีการสืบทอดต่อกันมาอย่างยาวนาน

ขอขอบคุณภาพ VOLT

ต่อมาคือ สโมสร ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด สโมสรเจ้าบุญทุ่มแห่งศึกไทยลีก เป็นอีกหนึ่งสโมสรที่มีความโดดเด่นด้วยการออกแบบออกมาได้อย่างสวยงาม ทันสมัยในแต่ละฤดูกาล โดยเฉพาะฤดูกาล 2019 มาพร้อมคอนเซ็บป์ The Time Is Now : ปีนี้เรามาแน่ ชุดแข่งขันเหย้าสีแดงพิมพ์ด้วยกราฟิกคลวดลายคล้ายตราหมากรุก โดยได้รับแรงบันดาลใจมาจากธงหมากรุกจากสนามแข่งรถ ซึ่งหมายถึงเส้นชัยแห่งชัยชนะ

ส่วนชุดเยือนสีขาวถูกออกแบบเนื่องในโอกาสครบรอบ 10 ปี สโมสร หลังจากเปลี่ยนชื่อจากสโมสรมหาวิทยาลัยกรุงเทพ มาเป็น ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด ในปัจจุบัน มาพร้อมกับเฟล็กซ์ผู้สนับสนุนที่มีสีทอง รายละเอียดของตัวเสื้อมีลายเส้นสีเทาพุ่งขึ้นที่ด้านบน เพื่อสื่อถึงการพัฒนาของสโมสรตลอดระยะเวลา 10 ปีที่ผ่านมา และชุดเยือนชุดที่ 2 มีสีฟ้า เพื่อเป็นตัวเลือกแฟชั่นของคนรุ่นใหม่ด้วยลายที่เป็นตัว V ซึ่งสื่อความหมายมาจากคำว่า Victory หรือชัยชนะ

ขอขอบคุณภาพ True Bangkok United
ขอขอบคุณภาพ www.buriramunited.com

และไฮไลท์สำคัญอยู่ที่สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งแดนอีสานใต้อย่าง บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ที่สามารถสร้างกระแสฮือฮาต่อแฟนฟุตบอลชาวไทย คือ การขึ้นมาเป็นสโมสรแรกของไทยที่มีการนำเทคโนโลยีนวัฒกรรมจากเส้นใยรีไซเคิล (Recycle) ถักทอมาจากขวดพลาสติกที่ใช้แล้ว มาผลิตเป็นเสื้อแข่งฉลองครบรอบ 10 ปี ในการก่อตั้งสโมสร

ทั้งนี้ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ได้กล่าวในงานแถลงข่าวเปิดตัวชุดแข่งพิเศษฉลองครบรอบ 10 ปี กับสื่อมวลชนถึงการผลิตชุดแข่งนี้ขึ้นมา เนื่องจากมีความตั้งใจอยากจะเป็นส่วนหนึ่งในการกระตุ้นจิตสำนึกความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมในแบบฉบับของชาวบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด โดยที่เสื้อ 1 ตัว มีการใช้ขวดพลาสติกที่ใช้แล้ว 17 ขวด มาผลิตเป็นเส้นใยรีไซเคิลที่ผ่านกระบวนการต่าง ๆ และมีเทคโนโลยีให้ได้เส้นใยที่มีประสิทธิภาพสูงที่สุด เพื่อให้สวมใส่สบาย ทั้งยามเล่นกีฬาและทำกิจกรรมต่างๆ ในชีวิตประจำวัน

มุมมองจากดีไซเนอร์ที่ออกแบบเสื้อฟุตบอล

ผู้เขียนได้มีโอกาสสอบถามกับทีมงานดีไซเนอร์ของ อาริ (Ari) แบรนด์กีฬาชั้นนำในตลาดเสื้อฟุตบอลไทย นายเอกรัตน์ ควรพูลผล หัวหน้าทีมดีไซเนอร์ ให้มุมมองถึงคนที่ชื่นชอบการแต่งกายด้วยแฟชั่นเสื้อฟุตบอลไทยว่า เสื้อฟุตบอลไทยปัจจุบันมีความใกล้เคียงกับเสื้อฟุตบอลต่างประเทศมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นในด้านการออกแบบ หรือนวัตกรรมที่นำมาใช้ โดยที่แต่ละแบรนด์ที่ผลิตออกมานั้นต่างพยายามทำให้มีคุณภาพที่ดีเทียบเท่ากับแบรนด์ชั้นนำระดับโลก และให้มีมาตรฐานที่สูงที่สุดเท่าที่จะทำได้

แน่นอนว่าการมี ‘แพชชั่น’ หรือความบ้าในฟุตบอลคือส่วนที่สำคัญที่สุดในการรังสรรค์เสื้อฟุตบอลที่มีเอกลักษณ์ และไม่เหมือนใคร ด้วยกราฟิกการออกแบบที่เราต้องการจะสื่อถึงตัวตน หรือคอนเซ็ปต์ของสโมสร

“ในปัจจุบันเสื้อบอลไทยเริ่มมาใกล้เคียงกับเสื้อฟุตบอลต่างประเทศ ในเรื่องของการออกแบบ นวัตกรรม และเทคโนโลยีที่นำมาใช้ แน่นอนว่าแบรนด์ใหญ่จะเป็นผู้นำในด้านนี้ มีการคิดค้นสิ่งใหม่ ๆ อยู่ตลอดเวลา โดยสิ่งที่แบรนด์บ้านเราทำนั้น ก็พยายามทำออกมาให้ดีเหมือนกับมาตรฐานที่พวกเขาทำอยู่ เราไม่ได้ทำถึงขนาดว่าตามทันเทคโนโลยีที่ล้ำอนาคต แต่ว่าให้มีความใกล้เคียงกับมาตรฐานของพวกเขา มีการใช้เทคโนโลยีที่สูงที่สุดเท่าที่จะทำได้ นวัตกรรมเทคโนโลยีต่าง ๆ จะเกิดขึ้นในกระบวนการการผลิต เรามีหน้าที่คือนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้ในงานของเรา บางอย่างทางทีมงานร่วมกับทางโรงงานในการผลิตเสื้อผ้า และเลือกนำมาผสมผสานเข้าด้วยกัน”

หัวหน้าทีมดีไซเนอร์ของ อาริ (Ari) กล่าวต่อว่าวัฒนธรรมการแต่งกายเสื้อฟุตบอลของต่างประเทศมีมาอย่างยาวนาน โดยเฉพาะในช่วง 2 ปีหลังที่ผ่านมา เริ่มมีกระแสเป็นที่นิยม โดยปี 2018 ที่ผ่านมา ถือว่าแรงมากแบบสุด ๆ ในช่วงที่มีการแข่งขัน ฟุตบอลโลก 2018 ที่ประเทศรัสเซีย จนมาถึงปัจจุบันก็ยังนิยมอยู่เช่นเดียวกัน

สิ่งแรกในฐานะคนที่ทำเสื้อฟุตบอลดีใจที่คนให้ความสำคัญกับเสื้อฟุตบอลมากกว่าเสื้อแข่ง จะเห็นได้ว่าทุกวันนี้ คนทั่วไปใส่เสื้อฟุตบอลในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นใส่ไปเที่ยว ใส่อยู่บ้าน หรือใส่ไปทำงาน รวมถึงอิทธิพลของแฟชั่นของเสื้อฟุตบอลในชีวิตประจำวัน ทำให้แบรนด์กีฬาเริ่มหันมาเจาะตลาดในแวดวงแฟชั่นมากขึ้น ด้วยการร่วมมือกับแบรนด์แฟชั่นชั้นนำ เพื่อเพิ่มกลุ่มเป้าหมายที่ไม่ใช่แค่ผู้ที่หลงไหลในเสื้อฟุตบอลเท่านั้น ซึ่ง อาริ (Ari) ก็เป็นอีกแบรนด์กีฬาได้ทำตรงส่วนนี้ ด้วยการทำเสื้อแข่งที่เป็นแบบเฉพาะออกมา

“การที่เสื้อฟุตบอลมีอิทธิพลในโลกของแฟชั่น ก็ช่วยส่งเสริมให้งานเราทำได้กว้างมากขึ้น เราได้ทำเสื้อฟุตบอลหนึ่งตัวที่ดูมีความสวยงาม ทั้งในสนาม และนอกสนาม แบรนด์กีฬาชั้นนำส่วนมากมีการทำความร่วมมือกันระหว่างแบรนด์สายกีฬา และสายแฟชั่น เพื่อเจาะตลาดให้กว้างมากขึ้นกว่าเดิม ทางเราก็ให้ความสำคัญกับวัฒนธรรมของเสื้อฟุตบอล โดยทุกคอลเลกชันจะทำเสื้อบอลหนึ่งตัวที่สามารถใส่เที่ยวหรือใส่ออกไปข้างนอกแบบสบาย ๆ ซึ่งก็ทำออกแนวย้อนยุคถึงช่วงปี 90 ด้วยเช่นกัน”

“เทคโนโลยีตอนนี้ในวงการบ้านเราถือว่าเท่ากันแล้ว มีความใกล้เคียงสุดๆ โดยส่วนมากแบรนด์ระดับโลกจะมีการผลิตอยู่ที่ไทย เชื่อว่าแบรนด์ไทยเองก็ทำมาได้ใกล้เคียงมากที่สุด แต่ว่าในอนาคตทั้งแบรนด์นอกและเราเองจะพลิกแพลงมันอย่างไร กีฬามันก็เป็นแฟชั่นเหมือนกัน สุดท้ายเวลาเทคโนโลยีขึ้นไปสุดมันก็จะเริ่มลงกลับมา และก็จะวนกลับขึ้นไป”

นายชัยธวัช เรืองวัฒนวิศิษฐ์ ดีไซเนอร์แบรนด์ อาริ (Ari)

นายชัยธวัช เรืองวัฒนวิศิษฐ์ และนายจักรินทร์ สกลเสาวภาคย์ ดีไซเนอร์ของ อาริ (Ari) ได้กล่าวถึงแนวคิดในการออกแบบเสื้อฟุตบอลในแนวทางเดียวกันว่า สิ่งแรกคือเน้นใส่ใจถึงการออกแบบที่มีความทันสมัยสวยงาม สามารถใส่ในชีวิตประจำวัน ทั้งการเล่นกีฬา ทำกิจกรรมต่าง ๆ ได้ พร้อมกับสื่อความหมายถึงคอนเซ็ปต์ที่มาของเสื้อแข่ง โดยในแต่ละสโมสรจะมีความต้องการที่แตกต่างกันไปในด้านการเพิ่มตัวเลือกเกรดของเสื้อแข่งขัน เพิ่มความต้องการตามกลุ่มเป้าหมาย เนื้อผ้าที่นำมาใช้ในแต่ละเกรด จะมีความแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง เพื่อความเหมาะสมตามการใช้งาน

“การออกแบบเสื้อแข่งแต่ละตัว เราจะเน้นสื่อความหมายด้วยการใส่รายละเอียดลงไปในลายกราฟิกของเสื้อ ซึ่งความยากง่ายนั้นขึ้นอยู่กับว่าสิ่งที่เราจะใส่ลงไป การเล่าเรื่องของสโมสรผ่านเสื้อเราจะเล่ามันอย่างไรให้กับคนที่รักฟุตบอลได้เข้าใจ” นายชัยธวัช เรืองวัฒนวิศิษฐ์ กล่าว

อีกทั้ง “แต่ละสโมสรในไทยต่างมีความต้องการเสื้อที่ไม่เหมือนกัน บางสโมสรอยากได้ทั้งสองเกรด ทั้งเกรดเพย์เยอร์ เกรดแฟนบอล และบางสโมสรต้องการเพียงแค่เกรดเดียว เราต้องดูด้วยว่าในการใส่ในสนามแข่งขันจะสามารถดึงศักยภาพในการเล่นออกมาได้มากแค่ไหน แล้วพอนำมาใส่ในชีวิตประจำวันสามารถเข้าให้เข้ากับชุดต่าง ๆ ได้มากแค่ไหน“ นายจักรินทร์ สกลเสาวภาคย์ กล่าว

คุณค่าของเสื้อฟุตบอลจากมุมมองของนักสะสม

นายวีรพล​ ยุทธ​สุ​ภากร ศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยกรุงเทพ ผู้ที่หลงใหลในการสะสมเสื้อฟุตบอลเป็นชีวิตจิตใจ ได้แสดงความคิดเห็นถึงแฟชั่นการแต่งกายด้วยเสื้อฟุตบอลแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มของนักสะสม และกลุ่มคนที่ใส่ไว้เชียร์ ซึ่งการนำเสื้อฟุตบอลมาใส่นั้นไม่ได้พึ่งเกิดขึ้นแค่ 2 ปี ถึง 6 ปี แต่มีมานานอยู่พอสมควร จนกระทั่งเกิดเป็นกระแสมาจนถึงทุกวันนี้ที่มีความนิยมกันมากขึ้น กับการนำมาใส่ในวงการสตรีทแฟชั่น โดยจุดเริ่มต้นที่เป็นแรงบันดาลใจในการสะสมเสื้อฟุตบอล คือ ‘ความชื่นชอบต่อทีมฟุตบอลที่เรารัก’ บวกกับการออกแบบที่ถูกใจ หรือตัวไหนที่เป็นเสื้อมีประวัติศาสตร์ มีมูลค่าที่ควรแก่การสะสม

“การแต่งกายด้วยเสื้อฟุตบอลไม่ได้พึ่งมาเกิดขึ้นแค่ 2 ปี ถึง 6 ปี แต่มีมานานนับหลายปี จนกระทั่งมาแรงจนถึงทุกวันนี้ บวกกับในแต่ละแบรนด์พยายามทำเสื้อฟุตบอลเพื่อให้เป็นแฟชั่นในการสวมใส่มากยิ่งขึ้น รวมถึงสตรีทแฟชั่น สำหรับตัวผมเองเริ่มสะสมเสื้อฟุตบอล เพราะว่าเป็นความชื่นชอบในสโมสรที่เรารักติดตามเชียร์ อยู่ที่ความชอบว่าตัวไหนสวย มีประวัติศาสตร์ครั้งแรก มีมูลค่า และไม่มีราคาตก”

ขอขอบคุณภาพ Muangthong United

นายวีรพล กล่าวต่อว่าการออกแบบที่สวยงามของเสื้อฟุตบอลในปัจจุบัน รวมถึงการนำเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาใช้นั้น เชื่อว่าคนที่ซื้อมาใส่ทั่วไปส่วนใหญ่จะไม่คำนึงถึงว่าเทคโนโลยีจะเป็นรูปแบบไหนอย่างไร แต่เพียงแค่เสื้อตัวไหนมีความสวยงาม การสวมใส่ที่มีความสบาย และการตัดเย็บที่ดี อีกทั้งการที่เสื้อฟุตบอลไทยจะก้าวไปเทียบเท่ากับในระดับโลก ส่วนตัวมองว่ามีโอกาสที่ค่อนข้างยาก เพราะว่าเสื้อฟุตบอลไทยส่วนมากอาจจะยังเน้นไปที่แสดงออกถึงในด้านของความภาคภูมิใจ มากกว่าการที่ต้องนำมาใส่เป็นแฟชั่น

“เชื่อว่าคนที่ใส่เสื้อฟุตบอลส่วนใหญ่นั้นไม่ค่อยสนใจเรื่องเทคโนโลยีสักเท่าไหร่ แต่ว่าสนใจตรงที่เสื้อฟุตบอลตัวไหนสวยงาม ใส่สบายหรือไม่ รวมถึงการตัดเย็บเก็บงานอย่างไร ในมุมของนักสะสมมองว่าต้องใส่สบาย ออกแบบดี ราคาดี และความคงทน ส่วนตัวคิดว่าการขยับขึ้นไปเทียบกับในประดับท็อปมองว่ายังคงอีกไกลอยู่พอสมควร เพราะในปัจจุบันเสื้อฟุตบอลในประเทศไทยยังคงความภูมิใจ ความเท่ และมองว่าภาพรวมตลาดของเสื้อของเรายังไม่ถึงจุดนั้น ยกตัวอย่าง บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ครั้งแรกเคยมีการทำการตลาดด้วยการแจกเสื้อกับแฟนบอล โดยมองโจทย์ถึงการเน้นใส่สบาย ใส่ได้ทุกโอกาส บนเสื้อแข่งบางสโมสรยังเน้นไปที่ผู้สนับสนุนที่ดูเยอะจนเกินไป”

ด้าน ผู้ช่วยศาสตราจารย์นันทวิช เหล่าวิชยา อาจารย์ประจำคณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ หนึ่งในผู้ที่ชื่นชอบสวมใส่เสื้อฟุตบอลในชีวิตประจำวัน และผู้ก่อตั้งแฟนเพจ ดูบอลมาทั้งชีวิต ที่มียอดผู้ติดตามมากมาย มองว่าเสื้อฟุตบอลในปัจจุบัน ไม่ได้เป็นแค่เสื้อฟุตบอล แต่มันเป็นมากกว่านั้น โดยในปัจจุบันสามารถปรับให้เกิดประโยชน์ได้หลายโอกาสมากขึ้นที่ไม่ใช่สวมใส่แค่ไปดูในสนามฟุตบอลเพียงอย่างเดียว

เสื้อฟุตบอลยังมีให้เลือกหลากหลายเกรด ทั้งแบบเกรดเพย์เยอร์ที่เหมือนกับนักฟุตบอลใส่แข่งขันจริง หรือเกรดแฟนบอลที่ใส่เชียร์ ตรงนี้คิดว่าน่าจะเป็นความชอบของแต่ละคนมากกว่า เป็นการตลาดแต่ละสโมสรทำออกมาเพื่อเป็นคุณค่าทางจิตใจที่ทำให้มีโอกาสได้มีเสื้อเหมือนกับที่นักฟุตบอลใส่แข่งขัน ส่วนการแต่งกายแบบนี้ใครจะมองว่าอย่างไรก็เป็นสิทธิส่วนบุคคล โดยที่ไม่มีผลต่อตัวเอง เพราะเป็นเงินของเราที่ซื้อด้วยตัวเอง 

“สมัยก่อน เสื้อฟุตบอลก็คือเสื้อฟุตบอล แต่สมัยนี้เสื้อฟุตบอลเป็นมากกว่านั้น สามารถนำมาใส่เป็นชุดลำลองได้ ไม่จำเป็นจะต้องใส่ไปอยู่ในสนามฟุตบอลได้อย่างเดียว สามารถใส่ไปเดินห้าง ไปเที่ยว ทั้งในและต่างประเทศได้ ซึ่งสามารถทำได้ทั้งหมด เพราะว่าเสื้อฟุตบอลถูกออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ตรงส่วนนี้มากขึ้น และคนสวมใส่ใช้งาน ได้ประโยชน์มากกว่าเดิม” ผศ.นันทวิช กล่าว

ขอขอบคุณภาพ BURIRAM UNITED

จะเห็นได้ว่าหลายคนอาจจะมีแนวคิดกับเสื้อฟุตบอลไทยที่แตกต่างกันไป โดยเสื้อฟุตบอลไทยถือว่าเข้ามามีอิทธิพลในเรื่องการนำมาแต่งกายในชีวิตประจำวันไม่น้อย ตลอดระยะเวลานับ 10 ปี ทั้งการออกแบบที่สวยงาม สามารถนำมาเป็นแฟชั่นในการสวมใส่ และมีการนำเทคโนโลยีมาปรับใช้ในการออกแบบเสื้อได้อย่างเหมาะสม

ผู้เขียนหวังว่าหากการแต่งกายด้วยเสื้อฟุตบอลไทยยังคงได้รับความนิยมอยู่นั้น ในวงการแฟชั่นคาดว่าอาจจะมีการเปลี่ยนแปลงพลิกผันอยู่ตลอดเวลา บวกกับแนวโน้มในอนาคตอาจจะเป็นที่ดึงดูดน่าสนใจต่อเหล่าบรรดาชาวต่างชาติที่ชื่นชอบในการเก็บสะสมเสื้อฟุตบอลอย่างแน่นอน ยิ่งหากว่าเป็นแบรนด์ที่คนไทยทำเองอาจจะเป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจได้มากขึ้นอีกด้วย

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบ

  • VOLT เสื้อฟุตบอลเชียงใหม่ เอฟซี 2019 Home, สืบค้นเมื่อ 13 ธันวาคม 2562 , จาก https://voltbkk.com/index.php/product/001-vector-cmfc-2019-home/
  • (2562, 23 มกราคม 2562) “แข้งเทพ” เปิดตัวชุดแข่งใหม่ ประจำฤดูกาล 2019 , สืบค้นเมื่อ 13 ธันวาคม 2562 , จาก http://www.truebangkokunitedfc.com/news/truebufc-grand-openning-2019.html
  • (2562, 12 กันยายน) BURIRAM UNITED จับมือ SYNTREL ผลิตเสื้อครบรอบ 10 ปี สโมสร ปักหมุดจังหวัดบุรีรัมย์บนแผนที่ประเทศไทย ที่มาพร้อมแนวคิดรักษ์โลก, สืบค้นเมื่อ 13 ธันวาคม 2562 , จาก https://www.buriramunited.com/main_news/detail/815

Writer

ศาสน์ สายันเกณะ
บรรณาธิการโต๊ะกีฬาบ้านกล้วย หนุ่มไฟแรงที่ชื่นชอบติดตามเทรนด์กีฬาอยู่ตลอดเวลา พร้อมแล้วที่จะอาสาเสิร์ฟข้อมูลความเคลื่อนไหว รวมถึงบทความเจาะลึกจัดเต็มในแวดวงกีฬา ให้ได้ลิ้มลอง

Photographer

ปริญญา เศาภายน
หัวหน้าฝ่าย Video Editor ของบ้านกล้วย ชอบการตัดต่อและสร้างสรรค์ผลงานผ่านวีดิโอเพื่อให้คนดูรู้สึกสนุกและได้ความรู้ไปพร้อมกัน ชอบเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ อยู่ตลอดเวลา มีสไตล์การตัดต่อกับวิธีการเล่าเรื่องที่ไม่เหมือนใครและมีเอกลักษณ์เป็นของตัวเอง