“กำแพงเพชร” เมืองมรดกโลก เป็นจังหวัดที่มีข้อมูลทางประวัติศาสตร์และความเป็นมาที่ยาวนาน จากหลักฐานทางโบราณคดี โบราณสถานและโบราณวัตถุ ตั้งแต่ก่อนสมัยสุโขทัยและได้พัฒนาขึ้นเป็นบ้านเมืองในฐานะเมืองหน้าด่านของอาณาจักรสุโขทัย โบราณสถานเมืองกำแพงเพชรได้รับประกาศขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานของชาติเมื่อปี พ.ศ.2378 บ้านกล้วยจะพาทุกคนไปทำความรู้จักกับ ‘อุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชร’

แหล่งมรดกทางศิลปวัฒนธรรม

อุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชร ตั้งอยู่ที่เขตอำเภอเมืองฯ จังหวัดกำแพงเพชร บนทางหลวงหมายเลข 101  ซึ่งอยู่ทางฝั่งตะวันออกของแม่น้ำปิง อุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชรประกอบด้วยกลุ่มโบราณสถานขนาดน้อยใหญ่ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นศาสนสถานและได้รับการประกาศให้เป็น “มรดกโลก”

สำหรับการเข้าชมอุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชร จะมีอัตราค่าธรรมเนียมเข้าชม 20 บาทต่อบุคคล และเปิดทำการทุกวัน เวลา 08.30-17.30 น. ไม่เว้นวันหยุดราชการและวันนักขัตฤกษ์ หลังจากที่ชำระค่าธรรมเนียมเข้าชมเรียบร้อยแล้ว สิ่งที่จะได้รับคือบัตรเข้าชมและแผ่นพับที่บอกข้อมูลต่าง ๆ เกี่ยวกับอุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชร ตั้งแต่เมืองกำแพงเพชรโบราณ แผนที่ของอุทยานประวัติศาสตร์ ไปจนถึงข้อมูลของโบราณสถานที่เรียกได้ว่าเป็นจุดเด่นของที่นี่

เราได้เข้าชมอุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชรในวันเสาร์ช่วงบ่ายของวัน บรรยากาศไม่ได้คึกคักมากนักเพราะเป็นสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 จำนวนนักท่องเที่ยวไม่ได้แออัดทำให้สามารถเก็บบรรยากาศความสุนทรียภาพได้อย่างไม่เร่งรีบ หากใครต้องการพักผ่อนที่เงียบสงบ พร้อมกับชื่นชมความงดงามของโบราณสถาน เราขอแนะนำให้เพื่อน ๆ มาในช่วงเวลานี้

จุดเด่น...ที่ไม่มาจะถือว่าพลาด

แม้ว่าเมืองกำแพงเพชรจะมีซากโบราณสถานน้อยใหญ่เป็นจำนวนมาก แต่ก็มีโบราณสถานที่ที่เรารวบรวมและอยากจะพาทุกคนไปชื่นชมความงดงาม เนื่องจากเป็นโบราณสถานที่ได้ชื่อว่า “ถ้าไม่มาจะถือว่าพลาด” ไปชมกันเลยดีกว่าว่าจะมีโบราณสถานใดบ้าง

อุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชรถูกแบ่งออกเป็น 2 เขต คือเขตกำแพงเมืองและเขตนอกกำแพงเมือง (อรัญญิก) เราจึงขอเริ่มต้นที่ โบราณสถานภายในเขตกำแพงเมือง ซึ่งจะมีวัดพระแก้วและวัดพระธาตุเป็นศูนย์กลาง

“วัดพระแก้ว” เป็นพระอารามขนาดใหญ่ ตั้งอยู่กลางเมือง สิ่งก่อสร้างภายในวัดเรียงเป็นแนวยาว มีโกลนศิลาแลงพระพุทธรูปประธาน ถัดมาเป็นเจดีย์ทรงระฆังขนาดใหญ่ ฐานมีสิงห์ล้อมรอบ วิหารประดิษฐานพระพุทธรูปปูนปั้นสามองค์ และมีเจดีย์ทรงระฆังประดับช้างปูนปั้นที่ฐานโดยรอบ

จากตำนานพระแก้วมรกตฉบับเจ้านันทเสน พระพุทธเจ้าหลวงได้ตั้งข้อสังเกตในจดหมายเหตุประพาสต้นเมืองกำแพงเพชรไว้ว่า ในสมัยอยุธยาวัดพระแก้วเป็นที่ประดิษฐานของพระแก้วมรกต ซึ่งจะตั้งอยู่บนบุษบกที่ย่อมุมอย่างงดงาม  จึงเป็นที่มาของชื่อ ‘วัดพระแก้ว’

นอกจากนี้วัดพระแก้วยังเป็นวัดที่สำคัญที่อยู่ติดกับบริเวณวัง เช่นเดียวกับวัดพระศรีสรรเพชญ์ ที่จังหวัดอยุธยา หรือวัดมหาธาตุกลางเมืองสุโขทัย

“วัดพระธาตุ” ตั้งอยู่ทางด้านตะวันออกของวัดพระแก้ว เจดีย์ประธานภายในวัดเป็นเจดีย์ทรงระฆัง ก่อด้วยอิฐตั้งอยู่บนฐานแปดเหลี่ยมที่ซ้อนลดหลั่นกัน องค์ระฆังมีขนาดเล็ก อันเป็นรูปแบบเฉพาะของเมืองกำแพงเพชร มีเจดีย์รายอยู่บริเวณมุมด้านหน้าวิหารข้างละองค์

ภายหลังจากการขุดแต่งและบูรณะเจดีย์ใหญ่ เจดีย์รายด้านใต้แล้ว ปรากฏว่าวัดพระธาตุมีลักษณะคล้ายแผนผังของวัดสระศรี ที่เมืองสุโขทัยเก่า แต่ลักษณะเจดีย์เป็นแบบกำแพงเพชร

มาต่อกันที่ โบราณสถานเขตนอกกำแพงเมือง (อรัญญิก) ที่มีกลุ่มโบราณสถานขนาดน้อยใหญ่ประมาณ 40 แห่ง เราจึงได้รวบรวมโบราณสถานสำคัญที่ไม่ควรพลาดมา 3 แห่งได้แก่ วัดพระนอน วัดพระสี่อิริยาบถ และวัดช้างรอบ

“วัดพระนอน” เป็นวัดขนาดใหญ่ สิ่งก่อสร้างภายในใช้ศิลาแลงแทบทั้งสิ้น ภายในวัดตอนหน้ามีฐานอุโบสถเสาแปดเหลี่ยม เสาวิหารใช้ศิลาแลงขนาดใหญ่ปักเรียงราย ถัดจากฐานวิหารไปทางด้านหลังเป็นเจดีย์ประธานทรงระฆัง

เอกลักษณ์ของวัดพระนอนจะเห็นความแตกต่างจากที่อื่นได้อย่างชัดเจนคือ มีบ่อน้ำสี่เหลี่ยม มีห้องอาบน้ำ และศาลา มีเสาศิลาแลงที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย เพราะสิ่งก่อสร้างในอุทยานประวัติศาสตร์-กำแพงเพชรที่เป็นโบราณสถานนั้น ใช้ศิลาแลงเป็นวัสดุหลักในการก่อสร้าง

จากพระราชนิพนธ์ “เที่ยวเมืองพระร่วง” ในพระบาทสมเด็กพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 เมื่อปีพุทธศักราช 2550 ได้เสร็จประพาสเมืองกำแพงเพชรโบราณในเขตอรัญญิก และได้ทรงมีพระราชนิพนธ์บรรยายเกี่ยวกับโบราณสถานวัดพระนอน วัดพระนอนจึงถือเป็นโบราณสถานอีกแห่งในอุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชรที่มีความสำคัญ เพราะเป็นหลักฐานที่สะท้อนให้เห็นถึงความเจริญรุ่งเรืองในอดีตของแผ่นดินเมืองกำแพงเพชร ที่ปรากฏผ่านงานสถาปัตยกรรมและประติมากรรม

อีกหนึ่งเอกลักษณ์ของอุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชรคือ “วัดพระสี่อิริยาบถ” สิ่งที่เป็นจุดเด่นของวัดแห่งนี้คือลักษณะมณฑปแบบจตุรมุข และการประดิษฐานของพระพุทธรูปที่แตกต่างกันออกไปในแต่ละด้านของจตุรมุข ทั้ง 4 ท่าทางคือการเดิน นั่ง ยืน และนอน ซึ่งปัจจุบันเหลือเฉพาะพระยืนขนาดใหญ่ด้านทิศตะวันตก

จากพระราชนิพนธ์ “เสร็จประพาสต้น” ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 เมื่อปีพุทธศักราช 2449 และพระราชนิพนธ์ “เที่ยวเมืองพระร่วง” ในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 เมื่อปีพุทธศักราช 2450 ได้ทรงมีพระราชนิพนธ์บรรยายเกี่ยวกับโบราณสถานวัดพระสี่อิริยาบถ

วัดพระสี่อิริยาบถ จึงถือเป็นโบราณสถานแห่งสำคัญของประวัติศาสตร์ที่ถูกจาลึกไว้ในพระราชนิพนธ์ทั้ง 2 ฉบับ

โบราณสถานแห่งสุดท้ายที่บ้านกล้วยอยากแนะนำให้ทุกคนได้รู้จักคือ “วัดช้างรอบ” ซึ่งมีฐานล่างประดับช้างปูนปั้นครึ่งตัวจำนวน 68 เชือก จึงได้ชื่อว่า วัดช้างรอบ ตัวช้างมีลวดลายปูนปั้นที่แผงคอ โคนขา และข้อขา

การนำช้างมาประดับเช่นนี้ อาจมีความหมายเชิงสัญลักษณ์ในพุทธประวัติว่า ช้างเป็นสัตว์มงคลที่ช่วยค้ำชูพระพุทธศาสนาไว้ และช้างที่ช่วยค้ำยันเขาพระสุเมรุซึ่งเป็นศูนย์กลางของจักรวาล อันเปรียบได้กับเจดีย์ประธาน

สิ่งสำคัญของวัดแห่งนี้คือ เจดีย์ประธานทรงระฆังขนาดใหญ่ มีฐานสี่เหลี่ยมด้านล่างสูงใหญ่ มีบันไดที่อยู่กลางด้านทั้งสี่เพื่อขึ้นไปถึงลานด้านบนหรือลานประทักษิณ

ได้มีการค้นพบศิลาจารึกที่วัดช้างรอบ ซึ่งเขียนเล่าเหตุการณ์ในระหว่างก่อนปีพุทธศักราช 1905-1933 ว่า “พนมไสดำผัวแม่นมเทด เป็นขุนนางผู้จงรักภักดีต่อพระมหาธรรมราชาลิไท มีใจศรัทธาออกบวชตามพระมหาธรรมราชาลิไท และได้อุทิศที่ดินของตนสร้างวิหาร สร้างพระพุทธรูป หอพระไตรปิฎก ปลูกต้นพระศรีมหาโพธิ์ อุทิศบุญกุศล ถวายแด่พระมหาธรรมราชาลิไทซึ่งเสด็จสวรรคตแล้ว และสร้างพระพุทธรูปหินอุทิศบุญกุศลถวายแด่ มหาเทวี พระขนิษฐาของพระมหาธรรมราชาลิไทผู้เคยปกครองเมืองสุโขทัย”

โบราณสถานที่เราได้รวบรวมมานำเสนอนั้นเป็นเพียงส่วนหนึ่งของอุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชร ยังมีโบราณสถานน้อยใหญ่อีกมากมายที่รอให้ทุกคนได้ไปสัมผัสบรรยากาศ และเก็บเกี่ยวประสบการณ์ความเก๋าให้คงอยู่ในความทรงจำ

โบราณสถาน 3 มิติ เทคโนโลยีก้าวล้ำ

ยุคสมัยเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรมจึงคิดค้นแอปพลิเคชัน จากเทคโนโลยี AR และ VR ให้นักท่องเที่ยวอย่างเรา ๆ ได้ท่องเที่ยวเมืองเก่าในรูปแบบ 3 มิติ ผ่านแอปพลิเคชันที่ชื่อว่า AR Smart Heritage ซึ่งช่วยให้เข้าใจเกี่ยวกับโครงสร้างสถาปัตยกรรมไทยในอดีต ถึงแม้ปัจจุบันจะเหลือเพียงเศษอิฐ เศษรากฐาน แต่ AR Smart Heritage สามารถนำความรุ่งเรืองของยุคสมัยในอดีตกลับมาสู่ปัจจุบันได้อีกครั้ง

อุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชรสามารถใช้ AR Smart Heritage เพื่อให้เกิดความเข้าใจในโครงสร้างของโบราณสถานได้มากยิ่งขึ้น

เป็นมากกว่าอุทยานประวัติศาสตร์

หลังจากชื่นชมบรรยากาศของโบราณสถานอันเป็นจุดเด่นจนพระอาทิตย์หายลับขอบฟ้าไปแล้ว ชาวกำแพงเพชรจึงเชิญชวนกันมาออกกำลังกายยามเย็น ด้วยการวิ่งและปั่นจักรยานในอุทยานประวัติศาสตร์เป็นจำนวนมาก จะเห็นได้ว่าที่นี่นอกจากจะเป็นอุทยานประวัติศาสตร์ที่เปิดให้เข้าชมโบราณสถานอันเก่าแก่แล้ว ยังเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจสำหรับการออกกำลังกายอีกด้วย

หากใครกำลังหาสถานที่พักผ่อนชื่นชมความสวยงามของสถาปัตยกรรมและประติมากรรม หรืออยากสัมผัสบรรยากาศของเมืองเก่า เก็บเกี่ยวประสบการณ์เก๋า ๆ ก็ไม่ควรพลาดที่จะมา “อุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชร” แหล่งมรดกทางศิลปวัฒนธรรม

ผลงานเขียนชิ้นนี้เป็นส่วนหนึ่งของรายวิชา CJR411,JR413 Newspaper Workshop CJR413,JR414 Magazine Workshop ภาคการศึกษาที่ 2/2563 คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ อาจารย์ที่ปรึกษา ผศ.ณรงค์ศักดิ์ ศรีทานันท์

แนะนำอุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชร

  • ผู้ที่จะแวะมาเยี่ยมชมสอบถามข้อมูลและรายละเอียดเพิ่มเติม
  • หมายเลขโทรศัพท์ : 055-854-736-7
  • E-mail : kpphispark@hotmail.com
  • Facebook Page: www.facebook.com/kpppark2534

Writer & Photographer

อชิรญาณ์ ไพบูลย์
งานเขียนไม่ใช่สิ่งสุดท้ายที่เราอยากทำ แต่เป็นสิ่งแรกที่เราจะทำ